ลูกเรือไทย 20 คนจากเรือ ‘มยุรี นารี’ เดินทางถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย
ลูกเรือไทย 20 คนจากเรือ ‘มยุรี นารี’ เดินทางถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ กต.เผยสภาพจิตใจเข้มแข็งดี เร่งประสานอิหร่าน-โอมาน ช่วยลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ยังติดค้าง แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เหตุคำนึงความปลอดภัย
วันนี้ (16 มี.ค. 69) เวลา 07.30 น. ลูกเรือไทยจากเรือ “มยุรี นารี” จำนวน 20 คน เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยมี นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และนายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ
นายบัญชา เปิดเผยว่า ลูกเรือไทยทั้ง 20 คนเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย ทุกคนมีสุขภาพกายและใจแข็งแรง โดยก่อนหน้านี้ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศของโอมานและกองทัพเรือโอมาน เพื่อนำตัวคนไทยออกจากพื้นที่ที่ประสบเหตุยิงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานกับบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของเรือ เพื่อนำแรงงานไทยทั้งหมดเดินทางออกจากพื้นที่ โดยใช้เส้นทางทางบกผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทางยูเออีได้ออกหนังสืออำนวยความสะดวกและออกวีซ่าให้ลูกเรือทั้ง 20 คน ทำให้สามารถเดินทางผ่านได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเข้าสู่โอมานและเดินทางต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงมัสกัต
“ที่สถานเอกอัครราชทูตได้ให้การต้อนรับและดูแลแรงงานไทย พร้อมจัดอาหารและอำนวยความสะดวก ทางบริษัทเจ้าของเรือได้จัดเตรียมตั๋วเครื่องบินให้เดินทางกลับประเทศไทย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง” นายบัญชากล่าว
ด้านนายพงศ์เทพ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ประสานกับบริษัทเจ้าของเรือเพื่อให้ความช่วยเหลือและดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกเรือไทยตามสัญญาจ้าง โดยหลังจากเดินทางถึงประเทศไทยได้เข้าไปพูดคุยและประเมินสภาพจิตใจของลูกเรือทั้ง 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีจิตใจเข้มแข็ง และกระทรวงแรงงานจะติดตามการดำเนินการให้เป็นไปตามสิทธิและอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่กรณีลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ยังติดค้างอยู่ระหว่างการช่วยเหลือนั้น นางมาระตี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และระดับรัฐบาล โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เพื่อขอความช่วยเหลือในส่วนของลูกเรือไทยทั้ง 3 คน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ของลูกเรือทั้งสามคนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัย แต่ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับทั้งฝ่ายโอมานและอิหร่าน ขณะที่ไทยยังได้สื่อสารถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและกลับเข้าสู่การเจรจาโดยเร็ว ซึ่งเป็นท่าทีของไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้หารือร่วมกันก่อนหน้านี้
นายบัญชา กล่าวถึงภาพรวมการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า เราแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มประเทศแรกที่มีความช่วยเหลือและอพยพคนมาตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี คือ อีหร่าน โดยคนที่จะเดินทางออกมาเป็นการอพยพโดยสมัครใจก็ได้อพยพออกมาหมดแล้วทั้งหมด ส่วนที่เหลืออาจจะยังมีอยู่แต่ไม่มากก็จะทยอยออกมาจากการประสานของสถานทูตที่กรุงเตหะราน ซึ่งก็ได้ไปตั้งศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี แต่ที่เหลือแต่ละประเทศรัฐบาลทุกประเทศก็ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ด้านบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของเรือ เปิดเผยว่า ลูกเรือไทยทั้ง 20 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัยแล้ว ทางบริษัทได้ดำเนินการดูแลเรื่องของสวัสดิภาพของลูกเรืออย่างเหมาะสม จัดให้มีการดูแลตรวจสุขภาพร่างกายและประเมิน สุขภาพจิตจิตใจโดยผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ ลูกเรือไทยทั้ง 20 คนไม่สะดวกให้สัมภาษณ์และไม่ประสงค์ถ่ายภาพกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด













