นักสิ่งแวดล้อมคะฉิ่นขอโทษหลังบ้านเกิดกลายเป็นแหล่งมลพิษนานาชาติ
ยืนยันเหมืองแรร์เอิร์ธไม่ใช่ของคนคะฉิ่นแม้แต่แห่งเดียว มีแต่จีนเข้ามาลงทุน เชื่อเหมืองในรัฐฉานมีเพิ่มแน่นอน
วันนี้ (13 มี.ค.69) Zung Ting เครือข่ายสิ่งแวดล้อมคะฉิ่น เปิดเผยระหว่างร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำสาละวิน ณ ห้องประชุม อบต.แม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยกล่าวว่า
“ขอบคุณที่มีความเป็นห่วงเรื่องราวของพวกเรา แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของพวกเรา แต่ที่พวกเราเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะแม่น้ำที่ไหลอย่างสวยงามไม่เคยรู้จักว่าพรมแดนอยู่ตรงไหน ขอโทษที่บ้านเกิดของผมกลายเป็นแหล่งมลพิษนานาชาติ ไม่ใช่ความผิดของประชาชน คำว่าสารพิษปนเปื้อนหรือแผ่นดินเป็นพิษไม่ใช่เรื่องของแม่น้ำเท่านั้น แต่มีเรื่องราวที่แสนเศร้ามากมาย 20 ปีมาแล้วที่มีความขัดแย้งภายในเมียนมา เกิดการแย่งชิงทรัพยากรโดยผู้ที่ไม่หวังดีกับเรา ไม่ใช่แค่กองทัพคะฉิ่นหรือกองทัพกะเหรี่ยงที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารเมียนมา แต่ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจที่แย่งชิงทรัพยากรจากประชาชน ฆ่าประชาชนของเขาเอง”
Zung Ting กล่าวต่อว่า ไม่มีเหมืองแม้แต่แห่งเดียวที่เป็นของคนคะฉิ่น คนกะเหรี่ยง หรือคนชาติพันธุ์ ทั้งหมดลงทุนโดยผู้ที่ถือสัญชาติจีนเข้ามาทำเหมืองในพื้นที่ในเมียนมา ความขัดแย้งสงครามกลางเมืองทำให้เกิดเหมืองขึ้น กองกำลังหลักของรัฐคะฉิ่นได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงก่อนจะถือโอกาสดีทำธุรกิจตั้งแต่ปี ค.ศ.2009 กองกำลัง BGF ทำเขื่อน ทำการเกษตรที่ทำลายล้างและส่งออกไปยังประเทศจีน มีแต่จีนที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่คะฉิ่น เชิญคนจีนเข้ามาตรวจสอบว่ามีไร่อยู่ในพื้นดินตรงไหนบ้าง ทำให้แหล่งแร่แรร์เอิร์ธขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อเกิดรัฐประหารในเมียนมา แหล่งแร่แรร์เอิร์ธขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่มีการควบคุม ไม่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ไม่มีการจัดการมลพิษ กลายเป็นหายนะของพวกเรา เป็นแหล่งกำเนิดสารพิษ ทำเหมืองด้วยการชำระล้างหน้าดินออกมา นำของเหลวไปใช้ แม้จะเป็นการทำเหมืองอย่างถูกต้องแต่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เป็นสาเหตุที่จีนขอให้ยุติการทำเหมืองแร่ลักษณะนี้ในประเทศของตนเอง และย้ายมาทำที่รัฐคะฉิ่นและชายแดนเมียนมาแทน
สำหรับผลกระทบการทำเหมืองลักษณะดังกล่าว Zung Ting อธิบายว่า การทำเหมืองจะมีการตัดไม้ออกจากภูเขา มีการขุดรูมากมาย นำท่อใส่เข้าไปและนำกรดใส่ลงไปเพื่อให้แร่ไหลออกมาลงที่บ่อกักเก็บ มีทั้งแร่แรร์เอิร์ธและแร่อื่น ๆ มากมาย ผ่านไป 2-3 สัปดาห์หรือเวลาที่กำหนดก็จะนำแร่มีค่าและทิ้งน้ำที่ปนเปื้อนอย่างร้ายแรงลงสู่ลำธาร แม่น้ำสายเล็กสายใหญ่ กลายเป็นแหล่งมลพิษข้ามพรมแดน ปัญหาที่รัฐคะฉิ่นไหลไปตามลำน้ำและพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผลกระทบนานาชาติ
ตั้งแต่ที่มีรัฐประหารในปี 2021 จีนเป็นผู้ส่งออกแร่แรร์เอิร์ธรายใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งกองกำลังอิสระของรัฐคะฉิ่น ทั้ง KIA และ KIO ยังต้องการภาษีจากเหมืองแร่ โดยในปี 2024 KIA ยึดครองพื้นที่ทั้งหมด และ KIO ออกระเบียบอย่างรัดกุมมากขึ้น มีกลไกการกำกับติดตามการทำเหมือง จีนกดดันกองกำลังของรัฐคะฉิ่นเพราะมีการเพิ่มภาษีแร่ ทำให้จีนรู้สึกลำบากเนื่องจากแร่แพงขึ้น จีนจึงต้องหาแหล่งแร่อื่น ๆ ก่อนจะขยายมาที่รัฐฉานในพื้นที่กองกำลังว้า ซึ่งเชื่อว่าแหล่งแร่ในพื้นที่รัฐฉานจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน












