POLITICS

‘ธรรมนัส’ บอก ไม่ใช่ฝ่ายแค้น พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท เพราะมิตรภาพการเมืองไม่จีรัง

‘ร.อ.ธรรมนัส’ บอกมีคุณธรรมมากพอ ไม่ใช่ฝ่ายแค้น พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท เพราะมิตรภาพการเมืองไม่จีรัง ปัดตอบเหตุตัดขาด ‘ภูมิใจไทย’ เพราะส่ง สส.แข่งกันเอง เหน็บ “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วสิครับ”

วันนี้ (11 มี.ค. 69) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรม ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องมีการคุยกันเพื่อเป็นมติพรรค ซึ่งจะมีการประชุมกันในเช้าวันที่ 15 มี.ค.นี้

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต่อว่าตั้งแต่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยปิดดีลตั้งรัฐบาล ตนเองได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยการเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำให้ดี ในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย

ทั้งนี้ตนเองได้เน้นย้ำกับ สส.พรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คน ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในฐานะที่เป็น สส.แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ก็ต้องทำหน้าที่ ในฐานะตัวแทนของแต่ละพื้นที่ เครือข่ายที่สร้างไว้ 7-8 ปี ต้องสามารถประสานได้ต่อ และตอบสนองต่อความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน

เมื่อถามว่าจะทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ถูกโจมตีมาตลอด ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เป็นนักการเมืองต้องอยู่ได้ทุกสถานะ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง คนที่ร่วมทางทางการเมือง วันหนึ่งต้องแยกทาง ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกัน คนเคยไม่ถูกกันหรือทัศนะไม่ตรงกัน เมื่อมาทำงานร่วมกัน ก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน เราไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามา สิ่งสำคัญคือ แม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ต้องมีหลักการของเรา ไม่ใช่โวยวายหรือค้านทุกเรื่อง หากเรื่องไหนมีประโยชน์ เราก็ไม่ควรค้าน

เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองไม่ได้คุยเพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค ฉะนั้นบทบาทการหาเสียงที่ผ่านมากับการบริหารพรรค ไม่เหมือนกัน เราเป็นที่ปรึกษาก็ให้คำปรึกษา แต่การตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคหลายคนแล้ว ดังนั้นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่าเราไปออกหน้าทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า วางแนวทางการตรวจสอบรัฐบาลอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส ร้อง “โอ๊ย” หัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ” สำหรับนโยบาย สปก.4-01 เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน มั่นใจว่าใครก็ตามที่มานั่งตำแหน่งนี้จะสานต่อ แต่ถ้าไม่สานต่อ จะใช้ สส.ของตนทั้ง 58 คน ขับเคลื่อนผ่านสภาฯ

ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการระบุว่าที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล เพราะมีนักการเมืองอีกคนฝากให้ฝัง ร้อยเอกธรรมนัส ย้อนถามว่า “นักวิชาการใช่ไหมครับ อันนั้นไม่รู้จริง”

เมื่อถามว่า ได้มีการหารือถอดบทเรียนกันในพรรคหรือไม่ ว่าทำไมถึงไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่มี 58 เสียง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า บางครั้งความสำเร็จในการได้มาซึ่งชัยชนะเลือกตั้ง ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่า เราจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อใดก็ตามที่ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง ก็ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่า สาเหตุที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลเพราะเป็นการสกัดไม่ให้พรรคกล้าธรรมเติบโตนั้น ก็เป็นความเห็นของนายไผ่ ต้องไปถามท่าน

ทั้งนี้ที่มีหลายฝ่ายมองว่าสาเหตุที่สายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยขาดกัน เพราะมีปัญหาเรื่องลง สส.แข่งกันเองในเขตเดียวกัน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ”

ส่วนกรณีที่พูดเปรยบนเวทีงานกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะไปไม่นาน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของการเมือง ตนเองเห็นอะไรมาเยอะ บางครั้งพรรคที่ได้อันดับหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเสมอไป หรือพรรคอันดับหนึ่งที่จัดตั้งรัฐบาลจะอยู่เสมอไป อยู่ที่ผลงานและการบริหารบ้านเมือง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไร มันเป็นธรรมชาติของการเมือง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายหลังการให้สัมภาษณ์ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวแซวผู้สื่อข่าวว่า ไม่ต้องไปดักรอหน้ากระทรวงเกษตรฯ แล้ว ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า เดี๋ยวไปรอที่สภาฯ ร้อยเอกธรรมนัส จึงกล่าวว่า เราไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้านหรือแนวร่วม เราต้องกลับมาดูแลตัวเอง สุขภาพตนเอง และลูกพรรค

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า พรรคประชาชนหวังว่าพรรคกล้าธรรม จะมีข้อมูลลับ เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่มีครับ ผมเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ”

Related Posts

Send this to a friend