‘ศุภจี’ ขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง
ย้ำมีศูนย์ประเมินสถานการณ์รายวัน ยันรัฐบาลมีแผนรับมือผลกระทบทั้งระยะสั้น-ยาว บอกขอให้ดูความเหมาะสม หากใครพร้อมก็ทำ ถ้าลำบากก็ไม่จำเป็น ปม WFH เพิ่มภาระค่าไฟให้ ปชช.
วันนี้ (11 มี.ค.69) ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบล้งมะพร้าว เพื่อตรวจสอบถึงกลุ่มเครือข่ายนอมินีว่า “ไม่มีอะไร” และย้ำว่าไม่เกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำมะพร้าว เพราะเป็นเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน
ส่วนราคาสินค้าและผลทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้รับผลจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางมีความน่ากังวลมากน้อยแค่ไหน นางศุภจีระบุว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดของราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งเรามีศูนย์บริหารสถานการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะสามารถมีนโยบายหรือมาตรการมาช่วยปกป้องประชาชนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนไม่จำเป็นจะต้องตื่นตระหนกมากไปใช่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ตอนนี้ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็จะมีการแถลงข่าวอยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบใด ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันในเรื่องของพลังงาน ช่วยกันให้ถึงที่สุด
ส่วนหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีมาตรการรับมืออย่างไรบ้าง นางศุภจีกล่าวว่า เรามีการวางมาตรการไว้ ถ้าเป็นผลกระทบระยะสั้นหรือระยะยาวเราก็มีมาตรการรองรับเช่นกัน ตอนนี้เราต้องประเมินวันต่อวัน และทางศูนย์ฯก็จะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ประชาชนไม่ต้องตกใจ
เมื่อถามว่ามาตรการ work from home เริ่มที่กลุ่มข้าราชการก่อนนั้น นางศุภจีกล่าวว่า หากหน่วยงานไหนมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งจริง ๆ แล้วถือเป็นสิ่งที่ดี และต้องมานั่งดูเรื่องกระบวนการทำงาน หน่วยงานไหนที่ยังไม่พร้อมก็ต้องมานั่งดูแลตัวเองว่าจะทำยังไงจะทำอย่างไรให้ทำงานนอกสถานที่ได้ ซึ่งย้ำว่าถือเป็นสิ่งที่ดีที่ต้องกลับมาดูกระบวนการทำงานและใช้เทคโนโลยี
ส่วนจะทำอย่างไรให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่น เนื่องจากกระแสข่าวการเก็บสำรองน้ำมัน ปุ๋ย ซึ่งประชาชนกังวลว่าจะมีราคาสูงขึ้นนั้น นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลมีการให้ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องการสำรองน้ำมันที่อยู่ได้ 90 กว่าวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ข้อมูลว่ามีการหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่อยากให้กังวลจนเกินไป ขอให้ติดตามการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวันถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะทำให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพมากที่สุดในปัจจัยที่เราควบคุมได้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีปัจจัยอื่นที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ในเรื่องของพลังงานก็ยังมีวัตถุดิบบางอย่างที่ต้องนำเข้าจึงมีการปรับการใช้ไบโอดีเซลด้วยการปรับสูตร มีการใช้ปาล์มน้ำมันและการทบทวนการใช้มันสำปะหลังอ้อย และมีเอทานอลผสมกับเบนซินมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะทำเท่าที่เราจะทำได้
ส่วนนโยบาย work from home เป็นการลดภาระของรัฐบาลแต่เพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชนมากขึ้นหรือไม่ นางศุภจีหันกลับมาถามนักข่าวว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก่อนจะบอกว่า
“ใช้วิธีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าประชาชนคิดว่าลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย การจะมาทำงานในที่ทำงานก็ไม่เสียหาย อยู่ที่การมองเรื่องความสมดุลมากกว่า ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานที่บ้านได้ เราต้องดูถึงความถูกต้องและเหมาะสม ใครทำได้ก็ทำทุกคนต้องช่วยกัน”












