‘กรณ์’ เห็นด้วยรัฐบาลออกมาตรการรับมือ – เตือนผลกระทบประชาชน
เหตุ ตะวันออกกลาง แนะ เร่งปรับโครงสร้างราคาค่าไฟไทย – ลดนำเข้า LNG ชี้มีศักยภาพอยู่แล้ว เหลือรอนโยบายรัฐบาล
วันนี้ (11 มี.ค. 69) นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของราคาพลังงานของไทย โดยระบุว่า รัฐบาลรักษาการได้ออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อรับมือ เช่น การเวิร์คฟรอมโฮม โดยเห็นว่า รัฐบาล มีความเหมาะสมที่จะส่งสัญญาณให้ประชาชนตระนักสถานการณ์ดังล่าว เพราะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ และอาจยืดเยื้อ ดังนั้น จึงควรตื่นตัว และปรับตัว ซึ่งดีกว่าที่จะบอกว่า ไม่มีปัญหาใด ๆ และการส่งสัญญาณเช่นนี้ ก็เป็นการทำให้ทุกคนตระหนัก เพราะเชื่อว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่นอน และหวังว่า สถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ เพราะมิเช่นนั้น ประประเทศไทย จะได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงาน ทั้งน้ำมันและแก๊ส ในระดับที่สูง คิดเป็น 6.5% ของ GDP เช่นเดียวกับประเทศเอเชียอื่น ๆ ที่ใช้แหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่สหรัฐอเมริกา และยุโรป จะได้รับผลกระทบเฉพาะราคานั้น แต่ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบทั้งราคา และการเข้าถึง ทั้งอาจถึงขั้นซื้อแก๊สไม่ได้ ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยที่รัฐบาล จะส่งสัญญาณให้ประชาชนเตรียมตัว
นายกรณ์ ยังกล่าวถึงนโยบายการดูแลราคาพลังงานของรัฐบาล ด้วยการกดราคาน้ำมันดีเซล 15 วันไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ว่า ก็สามารถทำได้ผ่านกองทุนน้ำมัน แต่ตนก็ได้เตือนรัฐบาลแล้วว่า กรณีที่กระทรวงพลังงาน ขอให้กระทรวงพลังงานออก พ.ร.ก.การกู้เงิน เพื่อช่วยกองทุนน้ำมัน และตนก็ยินดีที่คณะรัฐมนตรี ได้ถอนเรื่องดังกล่าวออก เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากกองทุนน้ำมันติดลบหลายแสนล้านบาทต่อวันตั้งแต่สงครามยูเครน ซึ่งเห็นว่า ปัจจุบันกองทุนฯ สามารถดูแลตนเองได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกู้
ส่วนที่ราคาพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานราคาต้นทุน รัฐบาลควรรับมืออย่างไรนั้น นายกรณ์ เห็นว่า ราคาพลังงานมีผลต่อการขนส่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ทุกรัฐบาลต้องดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลได้รับผลกระทบ เพราะการขนส่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ส่วนผลต่อราคาสินค้าระยะยาวอีกมิตินั้น การอ่อนค่าของเงินบาท ก็มีผลต่อค่าครองชีพประชาชน เพราะทำให้เงินบาทที่ใช้ในการนำเข้าน้ำมันสูง และหวังว่า สงครามจะไม่ยืดเยื้อ ซึ่งรัฐบาลควรมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน รวมถึงค่าไฟ ปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าไม่พึ่งพาเฉพาะแก๊สถึง 70% ที่ครึ่งหนึ่งจะต้องนำเข้า และปัจจุบันก็เกิดปัญหาที่ LNG ของไทยส่วนใหญ่ นำเข้ามาจากกาตาร์ และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ดังนั้น รัฐบาล จึงจะต้องดูแลค่าไฟ และปรับโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของไทยด้วย ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว เพียงแต่รอนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น












