POLITICS

เปิดใจคนไทยในอิหร่าน เหตุ ต้องการแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างความดี วอนคนไทยลดอคติ

เปิดใจคนไทยในอิหร่าน เหตุ ศรัทธา ‘คาเมเนอี’ เป็นผู้นำจิตวิญญาณทางศาสนา ต้องการแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างความดี ในฝ่ายธรรมะ วอนคนไทยลดอคติปม อิหร่าน-อิสลาม มองเหตุการณ์ด้วยความเป็นมนุษย์ ชี้ โอกาสขีปนาวุธตกใส่ที่พักมีน้อย กระแสข่าวทำบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน

วันนี้ (9 มี.ค. 69) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังคนไทยกลุ่มแรก 29 คน ที่อพยพจากประเทศอิหร่านเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายบูดา บินเลน กล่าวว่า รู้สึกอุ่นใจเมื่อเดินทางมาถึงไทย และไม่ได้กังวลอะไร ไม่ว่าจะอยู่ที่อิหร่านหรือประเทศไทย ที่กลับมาเพราะทางครอบครัวเป็นห่วงลูกหลาน ได้กลับมาก็รู้สึกอุ่นใจ

นายบูดาระบุว่า ที่ผ่านมาอยู่ที่อิหร่านก็อยู่ได้ และค่อนข้างปลอดภัย ไม่มีความกังวลใด ๆ หากถามถึงเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดเหตุขึ้นได้ก็ยอมรับว่ามีอยู่บ้าง แต่มีโอกาสน้อยมาก โดยเฉพาะกรณีขีปนาวุธฝ่ายตรงข้ามที่จะตกลงมาในพื้นที่พักอาศัย ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์เกิดได้ค่อนข้างน้อย

เมื่อถามว่าอยากให้คนไทยเข้าใจสถานการณ์ในอิหร่านอย่างไร เพราะบางส่วนยังมีความเข้าใจผิด นายบูดาตอบว่า นอกเหนือจากสงครามด้านยุทโธปกรณ์แล้ว ปัจจุบันยังมี “สงครามข่าวสาร” ด้วย โดยสื่อที่เห็นตามโทรทัศน์หรือออนไลน์บางส่วน อาจถูกควบคุมโดยตะวันตก จึงอยากให้คนไทยที่ต้องการติดตามข่าวสารที่ตรงกับความจริง ลองติดตามจาก ดร. เลอพงษ์ ซาร์ยีด ซึ่งนำเสนอข่าวสารจากทางอิหร่านโดยตรง และยังได้รับข่าวสารจากอีกฝั่งเช่นกัน ทำให้การนำเสนอมีความตรงกว่าหลายช่องทาง

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า หากลดอคติที่มีต่ออิหร่านหรืออิสลามลง และมองกันด้วยความเป็นมนุษย์ เชื่อว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงไม่มีคนไทยคนใดออกมาปกป้องสหรัฐอเมริกา เพราะแม้แต่คนอเมริกันเองก็ยังมีบางส่วนที่บอกว่าการกระทำของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ถูกต้อง อีกทั้งยังมียูทูบเบอร์บางคนออกมาพูดโจมตีสหรัฐฯ ว่าไม่สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรม พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์รถบัสนักเรียนไฟไหม้ในประเทศไทย ซึ่งแม้จะไม่ได้มีใครก่อเหตุ แต่สังคมไทยยังร่วมไว้อาลัยและเข้าใจหัวอกของพ่อแม่ผู้สูญเสีย

ขณะเดียวกัน นายบูดายังระบุว่า ในอิหร่านตั้งแต่วันแรกมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามว่า พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตกว่า 180 คนจะอยู่ในสภาพอย่างไร ที่ต้องเห็นลูกของตัวเองจากไปจากเหตุอาชญากรรมครั้งใหญ่ ซึ่งเขามองว่าเกิดจากการร่วมมือกันของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

น.ส. โซเนีย ปาทาน คนไทยในอิหร่าน เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ในเมืองกุม ไม่ได้รับผลกระทบหนัก มีในวันแรก ๆ ทำให้นักศึกษาไทยยังไม่ตัดสินใจกลับ ส่วนตัวกลับมาเพราะอยากสื่อสารให้คนไทยทราบว่า การที่เราออกมาอย่างปลอดภัย ออกมาเป็นตัวตนว่า สถานการณ์ไม่ได้ตึงเครียดขนาดนั้น และนักเรียนมั่นใจในท่านผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

“ถึงวันนี้ตัวเราจะมาไทยกับการตอบรับความห่วงใยของรัฐบาลไทยและประชาชน นักเรียนที่ไม่ได้กลับมาฝากขอบคุณทุกคนว่าเป็นห่วงมาก ทุกคนอยากรอดูชัยชนะของอิหร่าน หนูกลับมาก็รอลุ้นชัยชนะ และที่ได้นำรูปของอดีตผู้นำสูงสุด ท่านคาเมเนอี นำดวงใจของเรามาด้วย แม้ตัวท่านจะไม่อยู่ แต่อุดมการณ์ของท่านยังอยู่”

น.ส. โซเนีย กล่าวว่า ได้เห็นคนไทยตื่นรู้ก็ดีใจมากขึ้น และคิดว่าเราไม่ต้องพูดอะไรออกมากมาย ความจริงจะปรากฏให้โลกได้รู้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การต่อสู้ของสองประเทศ แต่เป็นการต่อสู้ของฝ่ายอธรรมและธรรมะ

“เราไม่ต้องพูดว่าอยู่เคียงข้างใคร แต่คนไทยมีหัวใจที่เป็นธรรม อย่างเรารู้ว่าอิหร่านไม่ได้เริ่มก่อน แต่วันแรกที่อิหร่านถูกถล่มในโรงเรียนผู้หญิง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายตรงข้ามจะไม่ตั้งใจ และในการแสดงจุดยืนไม่ใช่มีแค่ธงชาติไทย มีของชาติอื่นด้วย แต่ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าประเทศไทยมีหัวใจเป็นธรรม”

น.ส. โซเนีย ตอบว่า ตนคาดการณ์ไม่ได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่ แต่เชื่อมั่นว่าอิหร่านจะชนะ แต่การสังหารอดีตผู้นำสูงสุด เสียชีวิตไปแล้ว แต่อุดมการณ์ของท่านยังอยู่ ความดีเท่านั้นที่โลกต้องการ และโลกได้เห็น
“เราอยู่เคียงข้างความดี ไม่ได้อยู่เคียงข้างอิหร่านนะคะ แต่เป็นตัวแทนคนไทยที่อยู่เคียงข้างความดี” น.ส. โซเนีย กล่าวทิ้งท้าย

Related Posts

Send this to a friend