POLITICS

กกต.ตั้งโต๊ะแถลงประกาศรับรองบัญชีรายชื่อครบ 100 คนแล้ว

กกต.ตั้งโต๊ะแถลงประกาศรับรองบัญชีรายชื่อครบ 100 คนแล้ว ปัดโยนบาปให้ กปน.สุพรรณบุรี เคารพสิทธิ์แสดงความเห็น แต่ต้องไม่บ่อนทำลายประชาธิปไตย พบร้องเรียนอื้อ 246 เรื่อง มากสุดซื้อเสียง

วันนี้ (4 มี.ค.69) เวลา 16.00 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ” ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า วันนี้มีการประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขต 3 คน คือ จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดจันทบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 ยกเว้นเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ยังไม่ประกาศ เนื่องจากเชื่อได้ว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยการที่บอกว่า กกต.โยนบาปหรือลอยแพ กปน.ขอชี้แจงว่าประชาชนอาสาสมัครเข้ามาทำหน้าที่ สำนักงาน กกต.ให้ความสำคัญกับ กปน. ดังนั้นเมื่อได้รับการแต่งตั้งถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มีศักดิ์ มีสิทธิ์ มีอำนาจหน้าที่ หากดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

สำหรับการประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ 35,030,579 คะแนน หารด้วย 100 จะเท่ากับ 350,305.79 ซึ่งจะเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง โดยสรุปพรรคประชาชน 32 คน รองมาพรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน

ส่วนอีก 13 พรรค ประกอบด้วย พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมใจไทย และพรรคประชาชาติ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 คน โดยจะเปิดให้ สส.บัญชีรายชื่อรับหนังสือรับรองที่ กกต.ได้ ในวันที่ 5-6 มี.ค.69 เวลา 08.30-16.30 น.

ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงประกาศรวดเร็วเอื้อประโยชน์หรือไม่นั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยืนยันว่ากระบวนการที่พิจารณาไม่ใช่น้อย ๆ กกต.มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่และออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหลายหน่วย ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบกฎหมายกำหนด ทั้งกรณีนับคะแนนไม่สุจริต รวมถึงกรณีที่บัตรกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกัน

ขณะที่การออกเสียงประชามติ 52,933,610 คน ผู้มาใช้สิทธิ 36,870,302 คน คิดเป็น 69.65% ผลการออกเสียง เห็นชอบ 21,622,029 เสียง  คิดเป็น 58.64% ไม่เห็นชอบ 11,231,161 เสียง  คิดเป็น 30.46% ไม่แสดงความคิดเห็น 3,074,442 เสียง  คิดเป็น 8.34% บัตรเสีย 942,608 เสียง  คิดเป็น 2.56%

การเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52,933,610 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37,807,781 คน คิดเป็น 71.42% บัตรดี 35,030,601 ใบ คิดเป็น 92.65% บัตรเสีย 1,669,006 ใบ คิดเป็น 4.41% 1,108,051 ใบ คิดเป็น 2.93%

สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้ง 52,933,610 คน ในจำนวนนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37,807,778 คน คิดเป็น 71.42% บัตรดี 34,862,178 ใบ คิดเป็น 92.21% บัตรเสีย 1,337,396 ใบ คิดเป็น 3.54% และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 1,608,174 ใบ คิดเป็น 4.25%

ส่วนกรณีนี้อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างผู้มาใช้สิทธิ์แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่แตกต่างกัน เพราะข้อมูลจาก ECT Report ยังไม่เป็นทางการ แต่ล่าสุดเป็นการประกาศผลรวมคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้ง ทุกเขตเลือกตั้ง รวมถึงคะแนนนอกราชอาณาจักรด้วย โดยตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกันมาจากหลายสาเหตุ เช่น บัตรเขตนอกราชอาณาจักร มีการส่งบัตรกลับมาไม่ครบ 2 ใบ เช่นอาจจะมีบัตรแบ่งเขตใบเดียว บัตรบัญชีรายชื่อไม่มีมา กับกรณี กปน.มีการเพิ่มชื่อขอใช้สิทธิ์เฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย หน้าที่ของเราคือการปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การออกเสียงลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

“กกต.เคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น แต่การตั้งข้อสงสัยต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย”

นายครรชิต กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องคัดค้านการเลือกตั้งสส.ทั้งหมด 246 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง การดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนไต่สวนมีขั้นตอน จากพยานหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา เมื่อพิจารณาประกอบระยะเวลาที่ต้องประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเห็นว่า กรณีข้อร้องต่างๆไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ในกรอบ 60 วันกกต.จึงได้ประกาศรับรองผลเลือกตั้งไปก่อน แต่อย่างไรก็ตามในกลุ่มภารกิจสืบสวนยังดำเนินการตามปกติ ถ้าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตยุติธรรม ก็สามารถที่จะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดได้

ส่วนของคำร้องเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ มีทั้งหมด 6 คำร้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน และระยะเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ สั้นกว่าการเลือกตั้ง สส. อนุมานได้ว่าไม่สามารถดำเนินการเสร็จได้ทัน จึงมีการประกาศผลการออกเสียงประชามติไปก่อน

ส่วน กปน.ที่ จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ในระหว่างการดำเนินการ และจังหวัดพะเยาก็เช่นเดียวกัน สำงาน กกต.จังหวัดพะเยา ตั้งเรื่องเพื่อพิจารณาว่ากรณีกระทำการแบบนี้เกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือไม่ ขณะที่จังหวัดสมุทรปราการที่พบว่ามีเอกสารการลงคะแนนเลือกตั้งไปอยู่ที่บ่อขยะ กกต.มีมติให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการ ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด

ขณะที่การดำเนินคดีกับประชาชนจังหวัดชลบุรี เขต 1 เบื้องต้นแจ้งความไว้แล้วเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการ โดยกรณีเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างนัดหมายให้ตนเองเข้าไปให้ถ้อยคำ และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานไปประกอบการให้ถ้อยคำ

Related Posts

Send this to a friend