POLITICS

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ดันศึกษาการกระจายอำนาจโดยมีพลเมืองเป็นศูนย์กลาง

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ดันศึกษาการกระจายอำนาจโดยมีพลเมืองเป็นศูนย์กลาง ปูทาง พ.ร.บ.กระจายอำนาจภาคประชาชน หวังเพิ่มอำนาจการตัดสินใจท้องถิ่นรับมือวิกฤตประเทศ เตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็น 3 เม.ย. 69

วันนี้ (2 มี.ค. 69) ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงถึง “การจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง การกระจายอำนาจโดยมีพลเมืองเป็นศูนย์กลาง” ว่าตั้งใจผลักดันให้มีการศึกษาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่ท้องถิ่นหรือชุมชนควรมีทรัพยากร ทั้งงบประมาณ บุคลากร และอำนาจในการตัดสินใจ

นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงรายงาน แต่อาจพัฒนาไปสู่การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ฉบับภาคประชาชน ที่สามารถนำเสนอเข้าสู่สภาฯ ได้

ด้าน วีรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานอนุกรรมาธิการ ย้ำว่า การกระจายอำนาจต้องมี “พลเมืองเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งการดำเนินงานจะเริ่มจากการเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ องค์กรภาครัฐ, องค์กรตัวแทนปกครองส่วนท้องถิ่น, นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการกระจายอำนาจ, ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้ ได้มีการเชิญคณะกรรมการการกระจายอำนาจและหน่วยงานภาครัฐเข้าหารือ รวมถึงเปิดรับหนังสือจากองค์กรภาคประชาสังคมให้กรรมาธิการศึกษาเพิ่มเติม ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับนักวิชาการเพื่อให้ข้อมูลและข้อเสนอเชิงวิชาการ

นายวีรยุทธ ยืนยันว่า การกระจายอำนาจไม่ใช่แค่การแก้กฎหมาย แต่คือการวางแผนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถประเทศ ซึ่งประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และเผชิญบริบทภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศต้องเร่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน ทั้งนี้ กรรมาธิการเตรียมจัดเวทีให้ความรู้และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันที่ 3 เมษายน 2569

ด้านตัวแทนเครือข่ายอำนาจท้องถิ่นกำหนดอนาคต ระบุว่า ปัจจุบันเห็นชัดถึงการปิดกั้นท้องถิ่น ส่งผลให้การเติบโตไม่เกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น “ประตูบานแรก” ของการมีส่วนร่วมคือการกระจายอำนาจ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนกำหนดอนาคตและคุณภาพชีวิตของตนเองได้ ทั้งนี้ เครือข่ายเสนอการผลักดัน 3 มิติหลัก ได้แก่

1.การกระจายอำนาจทางการเมืองส่งเสริมการมีส่วนร่วม ทำอย่างไรให้ประชาชนลุกขึ้นมาแสดงพลัง และมีบทบาทกำหนดทิศทางท้องถิ่น

2.การปรับกลไกการบริหารแก้ไขข้อจำกัดด้านระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินในระดับพื้นที่ ให้กฎหมายและข้อบังคับประสานกัน เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นเติบโต

3.การกระจายอำนาจทางการเงินการคลังปรับระบบภาษีและช่องทางรายได้ เพื่อให้ชุมชนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

Related Posts

Send this to a friend