POLITICS

’กัณวีร์’ ห่วง พบสารหนูในร่างกายประชาชนริมน้ำกก ย้ำตายผ่อนส่ง จี้นายกฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหาเร่งด่วน

’กัณวีร์’ ห่วง พบสารหนูในร่างกายประชาชนริมน้ำกก ย้ำตายผ่อนส่ง ไม่เกินจริง จี้นายกฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหาเร่งด่วน ชี้ผลกระทบจากเหมืองแร่ในเมียนมา มีผลต่อชีวิตคนไทยโดยตรงแล้ว

วันนี้ (25 ก.พ. 69) นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า สถานการณ์สารหนู โลหะหนักที่มาจากการทำเหมืองแร่แรเอิร์ธจากเมียนมาที่เข้ามากระทบต่อพี่น้องคนไทยที่อาศัยอยู่ริมน้ำกก ตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายแม่น้ำ ดูจะหนักหน่วงขึ้นทุกที ซึ่งเมื่อวานข่าวแจ้งบอกมีการตรวจพบสารหนูจากเล็บและเส้นผม ของชาวบ้านผู้เข้าร่วมการตรวจสอบที่อาศัยอยู่ริมน้ำกก ที่แม่น้ำมีสีขุ่นมาก ซึ่งการตรวจพบสารหนูจากการตรวจสอบครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่บ่งบอกชัดเจนว่าชาวบ้านมีการสัมผัสกับสารหนูมานานแล้ว

“จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีนโยบายสาธารณะใดๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการดูแลแม่น้ำ การใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน การฟื้นฟูดูแลเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูเยียวยาการท่องเที่ยว ฯลฯ จากภาครัฐอย่างชัดแจ้ง นี่ยังไม่รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตของพี่น้องประชาชน ที่ต้องอยู่กับสารพิษเป็นเวลากว่า 1 ปี โดยจำเป็นต้องอยู่ และอยู่เพื่อความจำเป็น”

นายกัณวีร์ ระบุว่า วิถีชีวิตของคนได้ถูกกระทบทั้งระบบนิเวศน์ ซึ่งขยายจากแม่น้ำกก ไปแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน ในขณะที่การเมืองยังคงหมกมุ่นอยู่กับผลการเลือกตั้ง การจับขั้วรัฐบาลและการแบ่งสรรกระทรวงตามจำนวน สส. แต่พี่น้องต้องจำใจอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อเสนอของภาคประชาสังคมดูเหมือนกับไม่ได้รับความสนใจใดๆ

“เรื่องเร่งด่วน ต้องติดตามการพบสารพบในร่างกายของประชาชน ตั้งศูนย์การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ให้ความรู้ประชาชน มีมาตรการในการป้องกัน ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาที่ต้นตอ เพราะปล่อยไป ชีวิตประชาชนจะยิ่งตายผ่อนส่งของจริง”

นายกัณวีร์ เสนอแนะว่า หากปิดเหมืองไม่ได้ในฝั่งเมียนมา อย่างน้อยคุยกับจีนให้ร่วมรับผิดชอบกับการเคารพการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สร้างบ่อดัก บ่อกำจัดให้เรียบร้อยเสียตั้งแต่ต้นทาง การไม่นำเข้าแร่จากเมียนมาจนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่าไม่เกี่ยวข้อง การใช้โลกล้อมเมียนมากดดันการปิดเหมืองหรือการเคารพการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ทั้งหมดนี้ต้องใช้การทูตแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ ใช้ประโยชน์จาก UNFCCC และ COP ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มาเคารพ “ความเสี่ยง” ของการทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง

“ไม่ต้องรอแล้วครับ ทำทันที เหตุเกิดตั้งแต่ปีที่แล้ว ควรจะเริ่มแก้ไขและป้องกันกันได้แล้ว ตอนนี้เลยไม่รู้ต้องเรียกร้องจากใคร ประเทศเรามาถึงทางตันอย่างนี้ได้อย่างไร เพราะการเมืองไทยแท้ๆ”

นายกัณวีร์ ระบุว่า ปลายปีที่แล้ว ตนไปบินสำรวจและลงพื้นที่กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติ คุณสุชาติ ชมกลิ่น ท่านลงพื้นที่ไปเห็นด้วยตัวเองแล้ว อย่ารอรับตำแหน่งใหม่ ตอนนี้ท่านก็มีหน้าที่อยู่แล้ว เร่งให้กรมควบคุมมลพิษ นำผลตรวจสอบตัวอย่าง ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข

“นายกรัฐมนตรีต้องตื่นตัวกว่านี้ครับ นี่มันเรื่องใหญ่จริงๆ ไม่นับถึงปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่อง น้ำ พื้นที่การเกษตร ผลผลิตการเกษตรและการท่องเที่ยว นี่มาถึงชีวิตคนแล้วนะครับ ! อย่ารอให้สะสมให้ร่างกายของคนจนกลายเป็นโรคร้ายแรง ถึงเวลาต้องจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง” นายกัณวีร์ กล่าวย้ำ

Related Posts

Send this to a friend