‘ไชยชนก‘ ย้ำสัมพันธ์ ‘กล้าธรรม’ กลางๆ มอง การเมืองไม่เคยหวาน
สวน ’ไผ่ ลิกค์‘ ไม่ใช่แนวคิด ‘ภูมิใจไทย‘ โหวตนายกฯ ก่อนแบ่งกระทรวง ชี้ รัฐมนตรีทุกกระทรวงมีความท้าทาย หลัง ‘ธรรมนัส’ ขู่ ใครนั่ง ก.เกษตรฯ ต่อยากแน่ เชื่อ ต้องวัดกันที่ผลงาน – คุณสมบัติ บอก ขายข้าวจีน เป็นผลงานรัฐบาล ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง
วันนี้ (20 ก.พ. 69) นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ภายหลังพรรคกล้าธรรมประชุมพรรค แต่ยังไม่มีความชัดเจนจะมาร่วมหรือไม่ ว่า จุดยืนเรายังเหมือนเดิม คือการรอรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพร้อมรับทุกพรรคที่แสดงเจตจำนงในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
ส่วนกรณีที่ นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่า ไม่มีที่ไหนในโลกที่มาโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนแบ่งกระทรวง นายไชยชนก กล่าวว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมองว่า ต้องให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อน และไม่มีการยื่นข้อเสนอให้กับพรรคการเมืองใดๆ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม บอกว่าไม่ได้ยึดติดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่มาทำงาน ถ้าไม่ใช่ตัวเองก็จะทำงานยาก เพราะไม่ได้นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์เหมือนกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก มองว่า ทุกกระทรวงก็มีความท้าทาย และคิดว่าผู้บริหารทุกคนมีความสามารถ มีบุคลิกในการทำงานที่แตกต่างกัน และสุดท้ายก็ออกมาเป็นผลงาน จะมาบอกว่าวิธีการคนนั้นคนนี้ผิด ซึ่งต้องมองที่ผลงานมากกว่า เพราะตนก็ไม่ได้มีประสบการณ์ที่จะได้ไปนั่งในกระทรวงเกษตรฯ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ว่าสิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัสพูดนั้น เป็นอย่างไร ก็ขอให้รอดูคนที่มานั่ง และผลงานของเขาดีกว่า
ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า “เมื่อยามรัก น้ำต้มผักก็ยังหวาน” ซึ่งตอนนี้ความสัมพันธ์ของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม ยังหวานอยู่หรือไม่ นายไชยชนก หัวเราะ ก่อนตอบว่า กลางๆ มาตลอด เพราะสำหรับตนการเมืองไม่เคยหวานเลย
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หากในอนาคตในรัฐบาลไม่มีพรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทยต้องเข้าไปดูกระทรวงเกษตรฯ กังวลว่าข้าราชการจะไม่ให้การตอบรับและสนองนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะส่วนตัวที่นั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มา ก็มีความลำบากในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่เราต้องมีเจตนาที่ดี และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชน และทำงานอย่างสามัคคี ท้ายที่สุดก็จะทำได้ ตนเชื่อว่า เวลาจะเป็นบทพิสูจน์ ในการทุ่มเททำงานซึ่งคิดว่ากระทรวงเกษตรก็ไม่ได้แตกต่างจากกระทรวงดีอี เพราะ การเข้าไปใหม่ ก็ต้องไปทำความเข้าใจในปัญหาและระบบและเข้าใจในโครงการต่างๆ ซึ่งใครก็ตามที่พร้อม และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องพร้อมที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้
ทั้งนี้ ภายหลังแถลงข่าวเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้ถาม เพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้แถลงข่าวว่าผลความสำเร็จของการขายข้าวเป็นฝีมือของตนเองที่ไปประชุมกับที่ประเทศจีน ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใดนั้น นายไชยชนก เผยว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่ทราบว่า ร.อ ธรรมนัส ได้ไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนจริง ซึ่งก็ต้องไปดูในรายละเอียด อาจจะเป็นผลประชุมร่วมกันหรือไม่ เพราะทุกกระทรวงมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ แล้วตนมองว่ามีความเกี่ยวข้องกันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้มองว่า เป็นผลงานของคนใดคนหนึ่งซึ่งเป็นผลงานของรัฐบาล แต่ตนไม่ได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องวิสัยทัศน์และความสามารถของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำให้ประเทศไทยมียอดขายข้าวเพิ่มขึ้น
ส่วนการที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้แถลงลักษณะนี้ถือว่าเป็นการกั๊กกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ นายไชยชนก ไม่ได้ตอบคำถามและได้ยิ้มหัวเราะ












