กรมควบคุมโรค ชวนคนไทยปรับพฤติกรรมการกินช่วงตรุษจีน ลดหวาน มัน เค็ม ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
วันนี้ (16 ก.พ. 69) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อาหารยอดนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีนมักมีรสชาติหวาน มัน และเค็มจัด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคอ้วน
นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การดูแลสุขภาพในวันตรุษจีนเริ่มได้จากการเลือกวิธีปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น เปลี่ยนจากเมนูทอด หรือผัดน้ำมันมาก เป็นการต้ม นึ่ง หรืออบ เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมันอย่างปลา หรืออกไก่ เพิ่มผักหลากสี และผลไม้รสไม่หวานจัดในทุกมื้อ นอกจากนี้ ขอความร่วมมือลดการจุดธูป ประทัด หรือกระดาษเงินกระดาษทองในปริมาณมาก เพื่อลดการสร้างฝุ่นละออง PM2.5
นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า อาหารมงคลส่วนใหญ่มักแฝงไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเกลือในปริมาณสูง อาจส่งผลโดยตรงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลเป็นสำคัญ ควรพยายามหลีกเลี่ยงขนมมงคลที่มีรสหวานจัดและแป้งสูง รวมถึงน้ำอัดลม ขณะที่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรระวังปริมาณโซเดียม หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปอย่างปลาเค็ม หรือไข่เค็ม และพยายามลดการเติมเกลือหรือซอสปรุงรสในมื้ออาหาร
สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง การจำกัดโซเดียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงอาหารหมักดองและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงอย่างกล้วยหรือส้ม ซึ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ส่วนโรคอ้วนควรให้ความสำคัญกับการควบคุมปริมาณอาหารรวมในแต่ละวัน เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ เน้นผักสดและเนื้อสัตว์ไร้มัน หลีกเลี่ยงของทอดและแป้งขัดขาว สำหรับผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ต้องระวังฝุ่นและควัน
ทั้งนี้ นอกจากการเลือกรับประทานอาหารแล้ว ขอเชิญชวนประชาชนออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือสะสมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรออกกำลังกายภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด












