HEALTH

ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดงาน “A Life without STROKE” ยกระดับการดูแลโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร

ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดงาน “A Life without STROKE” ยกระดับการดูแลโรคหลอดเลือดสมองครบวงจรระดับประเทศ ชูแนวคิด “รักษาทัน ป้องกันได้ ให้ความรู้”

โรคหลอดเลือดสมองเป็น “ภัยเงียบ” ที่สร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย ทั้งด้านชีวิต คุณภาพชีวิต และภาระระยะยาวของครอบครัวและประเทศ โดยข้อมูลระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 1,880 คนต่อประชากรแสนคน (เกือบร้อยละ 2) และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตส าคัญของประเทศ อีกทั้งยังมีรายงานการศึกษาที่พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากถึง ร้อยละ 70 ต้องเผชิญภาวะพิการ รวมถึงผลกระทบต่อสมรรถภาพการดำรงชีวิตและความเสื่อมถอยในระยะยาว ในบริบทที่ประเทศไทยก าลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวโน้มผู้ป่วยยิ่งเพิ่มขึ้น หากประชาชนยังขาดความรู้และการเข้าถึงระบบดูแลที่รวดเร็วและถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลโดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จึงจัดงาน “A Life without STROKE” เพื่อสื่อสารทิศทางการท างานที่มุ่งทำให้คนไทย “ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง” ผ่านการบูรณาการการด าเนินงานครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการให้ความรู้

รศ. นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช กล่าวในพิธีว่า โรคหลอดเลือดสมอง เป็นหนึ่งในโรคที่สร้างผลกระทบรุนแรงที่สุดต่อสังคมไทย แต่สิ่งส าคัญคือ “สามารถรักษาได้ หากมาทันเวลา และสามารถป้องกันได้ หากมีความรู้และพฤติกรรมที่ถูกต้อง” งานครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อสื่อสาร “ทิศทางใหม่ของการดูแลโรคหลอดเลือดสมองของประเทศไทย” ภายใต้วิสัยทัศน์ A Life without STROKE โดยโครงการต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเพียงโครงการทางการแพทย์แต่เป็น “ระบบการดูแลคนไทยแบบครบวงจร” ภายใต้แนวคิด รักษาทัน ป้องกันได้ และให้ความรู้ ในมิติ “รักษาทัน” ศูนย์ฯ ยกระดับการเข้าถึงการรักษาในช่วงเวลาวิกฤต โดยเน้นมูลทางการแพทย์ว่า การรักษาภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาทีหรือ “ช่วงเวลาทอง” เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเพิ่มรอดชีวิตและลดความพิการ จึงเกิดโครงการ Mobile Stroke Unit – Stroke One Stop (MSU-SOS) รถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ที่นำห้องฉุกเฉินไปถึงตัวผู้ป่วย ภายใต้แนวคิด “สแกน รักษา ส่งต่อ ครบจบในที่เดียว” โดยรถสามารถสแกนสมอง วินิจฉัย เชื่อมต่อแพทย์เฉพาะทาง ให้ยารักษาได้ทันทีบนรถ และประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่พร้อม ช่วยลดเวลาการรักษาให้อยู่ภายในช่วงเวลาทอง เพิ่มโอกาสรอดและลดความพิการอย่างมีนัยสำคัญ และต่อยอดด้วยโครงการศูนย์ความเป็นเลิศเลิศเพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะก่อนถึงโรงพยาบาล “Stroke ExPreS” ทำหน้าที่บริหารระบบการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล (Excellence in Pre-Hospital Stroke Care) ครอบคลุมการฝึกอบรม การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการบริหารการปฏิบัติการและซ่อมบำรุงรถ Mobile Stroke Unit เพื่อให้คนไทยทุกพื้นที่เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

ในโอกาสเดียวกัน รศ. นพ.ยงชัยได้เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบการดูแลผู้ป่วยระยะก่อนถึงโรงพยาบาล โดยสามารถร่วมบริจาคเพื่อระดมทุนและรับของที่ระลึกการกุศล “พระพุทธรูปบูชาและเหรียญที่ระลึก” เพื่อนำรายได้สนับสุนสุนโครงการ Stroke ExPreS ให้ขยายผลได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ในมิติการป้องกัน ศูนย์ฯ ขับเคลื่อนผ่านโครงการ Walk Run Bike Fighting Stroke หรือ “แสงน้ำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติ” ซึ่งตั้งใจใช้พลังของประชาชนทั้งประเทศสร้างวัฒนธรรมการออกก าลังกายที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของคนไทยครอบคลุมทุกจังหวัด ทุกช่วงวัย และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองในระยะยะยาว ทั้งนี้โครงการดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมาแล้ว 11 ครั้ง ขับเคลื่อนร่วมกับ 13 เขตสุขภาพ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนมากกว่า 200 หน่วยงาน และมีประชาชนเข้าร่วมรวมมากกว่า 2 ล้านคน

ในมิติการให้ความรู้ รศ.นพ.ยงชัย เน้นว่า “ความรู้คือรากฐานของการเปลี่ยนแปลง” และการสร้างระบบที่ยั่งยืนต้องทำให้ความรู้ที่ถูกต้องเข้าถึงได้ง่าย ศูนย์ฯ จึงพัฒนา Stroke Learning Hub ให้เป็นแพลตฟอร์มความรู้โรคหลอดเลือดสมองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระยะยาวต้องเริ่มจากคนรุ่นใหม่ จึงมีใครงการ Stroke Hero -เยาวชนไทยไร้สโตรก ที่มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ ผ่านการเรียนรู้และการสร้างนวัตกรรมและเพื่อให้ความรู้ขยายไปถึงระดับครอบครัวและเกิดการลงมือทำจริงในชุมชน จึงต่อยอดสู่โครงการ Stroke Coach – โค้ชช่วยชีวิตประจำบ้าน ที่สร้างเยาวชนให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และเฝ้าระวังความเสี่ยงในครอบครัวของตนเอง เพราะในหลายสถานการณ์ “คนใกล้ตัว” คือผู้ช่วยชีวิตที่ส าคัญที่สุด

ด้าน ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวเน้นบทบาทของศิริราชในฐานะ “โรงพยาบาลของแผ่นดิน” ที่มีภารกิจรับใช้ประชาชนและสังคมไทย และในฐานะสถาบันทางการแพทย์ของชาติ ศิริราชไม่เพียงต้องรักษาผู้ป่วย แต่ต้องพัฒนาระบบการดูแลทั้งประเทศ โครงการต่าง ๆ ภายใต้วิสัยทัศน์ A Life without STROKE จึงครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมการรักษา (Mobile Stroke Unit) โครงสร้างพื้นฐาน (Stroke ExPreS) ไปจนถึง การสร้างองค์ความรู้และพัฒนาคนรุ่นใหม่ (Stroke Hero/Stroke Coach) พร้อมย้ำแนวคิดสำคัญว่า “การลงทุนด้านสุขภาพไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ”

ดร. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในมุมเชิงนโยบายว่า โรคหลอดเลือดสมองสร้าง “ความสูญเสียเชิงโครงสร้าง” ทั้งด้านชีวิต แรงงาน และงบประมาณของประเทศ เมื่อประชาชนป่วย ประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ และครอบครัวต้องแบกรับภาระระยะยาว พร้อมระบุว่า โครงการของศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช “ตอบโจทย์นโยบายสุขภาพของประเทศอย่างครบวงจร” ทั้งการรักษาเชิงระบบ การป้องกันเชิงประชากร และการพัฒนาองค์ความรู้ระยะยาว โดยกระทรวงสาธารณสุข “พร้อมสนับสนุนการบูรณาการ” ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด โรงพยาบาลเครือข่าย และองค์กรส่วนท้องถิ่น เพื่อให้โครงการไม่หยุดอยู่เพียงต้นแบบ แต่ขยายผลสู่ทุกพื้นที่ของประเทศ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี โนฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
ประธานในพิธี ได้เน้นย้ำความสำคัญของ “การเข้าถึงการรักษาให้ทันเวลา” และชี้ว่าโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เป็นก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย เพราะเป็น “ห้องฉุกเฉินเคลื่อนที่” ที่สามารถสแกนสมอง วินิจฉัย รักษา และส่งต่อได้อย่างครบวงจร พร้อมระบุว่าโครงการนี้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ และเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการนำ รถ Mobile Stroke Unit ไปประจำ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับโอกาสเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็ว เท่าเทียม และมีคุณภาพสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างโกล โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยึดปณิธานเป็น “โรงพยาบาลคุณธรรมต้นแบบแห่งความสุข” และเป็น”โรงพยาบาลของประชาชน” ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารให้เข้าถึงบริการอย่างมีศักดิ์ศรีและความเท่าเทียม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการโดยตรง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน 2 หน่วยงานส าคัญ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนระบบการดูแลและป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในระดับประเทศ ความร่วมมือฉบับแรก เป็นการลงนามระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์และสถานีบริการน้ำมันพีที โดยเปิดโอกาสให้สถานีบริการน้ำมันพีทีทั่วประเทศใช้เป็น จุดจอดรถ Mobile Stroke Unit – Stroke One Stop (MSU-SOS) สนับสนุนการเข้าถึงผู้ป่วยฉุกเฉินได้รวดเร็ว ลดระยะเวลาการรักษาและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ขณะเดียวกัน ยังมีการลงนามความร่วมมือกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในการให้การอนุเคราะห์สนับสนุนการจัดส่ง Race Pack ของโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตเฉลิมพระเกียรติ” ไปยังผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการดำเนินโครงการให้ครอบคลุม รวดเร็ว และเท่าเทียม ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช ระบุว่า ความร่วมมือทั้งสองฉบับสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างสถาบันการแพทย์และภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน คือการทำให้คนไทย เข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา และห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมองอย่างยั่งยืน

ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชย้ำว่า การขับเคลื่อนทุกโครงการไม่สามารถทำได้โดยลำพัง จึงเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย มาร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อน เพื่อให้คนไทย “รู้เท่าทัน และห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมอง” โดยเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยทุกคน

Related Posts

Send this to a friend