’เท้ง’ แถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง พร้อมเป็นฝ่ายค้าน
’เท้ง’ แถลงยอมรับผลการเลือกตั้ง หลังไม่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ย้ำจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ปัดตอบ ด้อยค่าทหารทำเสียคะแนนนิยม
วันนี้ (8 ก.พ. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยระบุว่า ขอบคุณประชาชนคนไทย ใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติวันนี้ ถึงแม้ผลการเลือกตั้งยังไม่ 100% ยังไม่ได้ข้อสรุปทางการ แต่ต้องแสดงความยินดีอย่างหนึ่งที่ผลการจัดทำประชามติตอนนี้ มีแนวโน้มสูงมากที่จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ พรรคประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้ง เราอาจไม่ใช่พรรคอันดับ 1 เป็นไปตามที่ตนเองและแกนนำพรรคทุกคน เคยแสดงจุดยืนไว้ว่า เราต้องเคารพหลักการกระบวนการการเมืองในระบบรัฐสภา ให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน
สำหรับผลการเลือกตั้ง น่าจะมีรายละเอียดประมาณนี้ ขอทิ้งท้ายขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน ตนเองเชื่อว่าการเลือกตั้งทุกครั้ง คือการหาทางออกของประเทศ ตราบใดที่ยังเชื่อในพลังของตัวเอง ยังออกมาใช้สิทธิใช้เสียง มีส่วนร่วมกับการเมืองเยอะ ๆมั่นใจว่าไทยมีทางออก วันนี้ตนเอง และทีมผู้บริหารพร้อมเดินหน้าต่อ รับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน
เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งออกมาแบบนี้ จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เราต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่า เราเคยประกาศว่าไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตภูมิใจไทยได้ เราไม่ใช่พรรคอันดับ 1 กระบวนการให้พรรคอันดับ 1 ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
ซักอีกว่าจะตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่จับแข่ง เราเคารพเรื่องหลักการที่ว่า พรรคอันดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งก่อน เราคงไม่ไปแข่งกับเขา ให้เขาจัดตั้งก่อน
ส่วนผลการเลือกตั้งวันนี้สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอยู่แล้วในทุกการเลือกตั้ง ตนเองยังปรารถนาเห็นสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิมากเท่าเดิม หรือไม่น้อยลงกว่าเดิม สะท้อนเสียงประชาชนดีที่สุด โดยทุก ๆ การเลือกตั้ง เป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน ไม่อยากจะลงวิเคราะห์การเมืองวันนี้ เรายอมรับผลการเลือกตั้งออกมา ตราบใดที่ประชาชนไปใช้สิทธิ เราเคารพประชาชน
สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสิน ให้ที่สาธารณะ นักวิเคราะห์ต่าง ๆ ประชาชนทุกคน ก็คงออกไปแสดงเจตจำนงของตัวเอง ใมพรรคประชาชนไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังคนลงคะแนนวันนี้อย่างไร เราพร้อมทำงานการเมืองต่อไป สถาปนาการเมืองขึ้นมาใหม่ ผลักดันนโยบายขึ้นมาเพื่อประชาชนทุกคน

เมื่อถามว่ามีการทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าไม่ได้ทาบทามอะไรกับพรรคการเมืองใด แต่อย่างใด กระบวนการทาบทามเป็นสิทธิพรรคอันดับ 1 ก่อน ผลการเลือกตั้งล่าสุดเราประเมินว่า ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ ยืนยันคำพูดเดิม เราเคารพการเมืองระบอบรัฐสภา ยังไม่ได้รับการทาบทามจากพรรคการเมืองใด ๆ
“ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นคนทาบทาม เราไม่สามารถไปร่วมรัฐบาลที่ ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ไม่อาจยกมือโหวตแคนดิเดตนายกฯ จาก ภูมิใจไทยได้ ยืนยันยังไม่มีการทาบทามใด ๆ ทั้งสิ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การโหวตนายอนุทินเป็นนายกฯ เมื่อ ต.ค. 68 เป็นความผิดพลาดส่งผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้แถลงไปหลายครั้งก่อนหน้านี้แล้วว่า สิ่งที่ตัดสินใจไป การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจมีประชาชนบางส่วนสะท้อนความรู้สึกมา เราได้ผ่านตรงนั้นหมดแล้ว มีผลการเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร ไม่สามารถตอบคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งควันนี้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็แล้วแต่ผลการเลือกตั้ง เราน้อมรับทุกเหตุผลเบื้องหลัง พร้อมทำงานต่อ ดึงความเชื่อมั่นประชาชนกลับมา
เมื่อถามถึงการประเมินกำลังของบ้านใหญ่ในการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการประเมินตลอดระหว่างการเมืองที่อาจเรียกว่าใช้ระบบการเมืองรูปแบบวิธีหนึ่ง กับการทำงานการเมืองของ ปชน. เราพร้อมทำงานให้ดียิ่งขึ้น เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น ให้เลือกตั้งครั้งหน้าเข้าถึงประชาชนได้มากกว่านี้
ส่วนกรณีข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายพื้นที่วันนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรารับมาหลายเรื่อง แต่ไม่อาจเอามาใช้เหตุผลหลักไม่ยอมรับเสียงของประชาชน เกิดเป็นจุด ๆ ดูเป็นกรณีไป และได้ประสานงานกับ กกต. และให้ข้อมูลสื่อต่างเนื่อง ผลการเลือกตั้งภาพรวมเป็นไปตามที่แถลงไปก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่าหากพรรคประชาชนร่วมเป็นรัฐบาล จะผลักดันเรื่องประชามติได้ดีกว่านี้ เพราะประชาชนเห็นชอบจำนวนมาก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันเรื่องหลักการเดิม เมื่อพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน และเรายึดถือคำพูดเราตลอดช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ตน และแกนนำพรรค รวมถึงคนไปขึ้นเวทีดีเบต ตอบเป็นเสียงเดียวกัน เราไม่สามารถยกมือโหวตแคนดิเดตนายกฯ ของภูมิใจไทย เราไม่อาจร่วมรัฐบาลที่ ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้ว
ส่วนผลวันนี้อาจทำให้ห่างไกลต่อการผลักดันรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาในอนาคตทุกคน ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ เสียงประชามติออกมาแล้ว ประชาชนอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เดินหน้าตามเจตจำนงประชาชน ทั้งนี้ในข้อเท็จจริง ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ผ่านสภาฯ ไม่ใช้อาศัยเสียง สส. อย่างเดียว ต้องอาศัยเสียง สว. ด้วย ยิ่งเรามีเสียงสภาฯล่างมากเท่าไหร่ เรายิ่งผผลักดันให้ผ่านได้มากเท่านั้น
เมื่อถามถึงประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องใช้คะแนนเสียง สว. ซึ่งอาจถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกับ สส.หลังการเลือกตั้ง ดังนั้นหนทางแก้รัฐธรรมนูญจะยังมีทางออกหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ช่วงระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา เราก็จะเห็นกรณีแคนดิเดต ภท. หรือนายอนุทินเอง เห็นชอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้น เดี๋ยวรอดูว่าหลังผ่านการเลือกตั้งแล้ว มีการตั้งรัฐบาลแล้ว ในเรื่องกระบวนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ สส.ในรัฐบาลชุดต่อไป จะลงมติอย่างไร
เมื่อถามว่าสาเหตุที่ทำให้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง เป็นเพราะเหตุการณ์ในอดีตเรื่องการด้อยค่าทหาร ทำให้ประชาชนไปเลือกภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าว เรื่องรายละเอียดจริงว่า ประเด็นไหน ประเด็นการโจมตี หรือจุดยืนพรรคอดีต ส่งผลต่อพรรคหรือไม่ ขออนุญาตไม่แสดงความเห็นตรงนี้ ทุกเหตุผลมีปัจจัยมากน้อยกันไป ไม่อยากยกเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง การเลือกตั้งบางหน่วยไม่เรียบร้อย เป็นข้ออ้างให้เราไม่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ได้ วันนี้ผลภาพรวมอย่างนี้ ยอมรับเสียงประชาชน
นายณัฐพงษ์ ยังฝากถึงทุกพรรคการเมือง เชื่อว่าทุกพรรคการเมือง น้อมรับผลการเลือกตั้งอยู่แล้ว อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้คำสัญญาให้ประชาชน เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ อยากให้ทุกพรรคทำตามคำพูดตัวเอง ส่วนโหวตเตอร์ของพรรค อยากให้ประชาชนทุกคนมีหวังกับการเมือง อย่าเพิ่งหยุดเชื่อ อย่าเพิ่งหยุดหวัง อยากสื่อสารถึงประชาชนทุกคนด้วยว่า ไม่ว่าเคยเป็นโหวตเตอร์ หรืออดีตโหวเตอร์ ทุกการเลือกตั้งอยากให้มาใช้สิทธิเยอะ ๆ ร่วมตรวจสอบนักการเมืองสม่ำเสมอ ดูว่ารัฐบาลต่อไป ทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้หรือไม่ คนตัดสินนักการเมืองมีคนเดียว คือสถาบันศักดิ์สิทธิ์สุดในประเทศนี้ คือประชาชน
เมื่อถามว่าปัจจุบันพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ใครที่ทางพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เทียบเชิญ หรือร่วมรัฐบาล คงเป็นฝ่ายค้านร่วมกับเรา ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน เป็นไปตามกลไกที่ผ่านมาอยู่ในระบบรัฐสภา ทุกคนต่างตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่น่าติดขัดอะไร
เมื่อถามถึงแนวทางการเมืองของพรรค ที่อาจละเลยการทำงานเชิงพื้นที่ของ สส.เขต เป็นจุดอ่อนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จำนวนนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยยื่นต่อ กกต.แค่ 8 นโยบาย ส่วนหนึ่งการทำงานการเมืองในพื้นที่ พรรคให้ความสำคัญมาโดยตลอด ไม่ว่าผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรในวันนี้ เราทำงานในพื้นที่เต็มที่ เชื่อให้ดีกว่านี้ และเชื่อว่าการทำงานเข้าถึงประชาชนดีที่สุด จะทำให้ได้ผลออกมาดีกว่านี้
ในช่วงท้ายนายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่การแถลงข่าวยอมรับผลความพ่ายแพ้ แต่เป็นการแถลงข่าวยอมรับผลการเลือกตั้งที่เราไม่ได้มาเป็นอันดับ 1













