POLITICS

ดีเบตทีมเศรษฐกิจ 3 พรรคใหญ่ ส่งสัญญาณจับมือ “กู้ไทยทานิก เศรษฐกิจไทย”

ดีเบตทีมเศรษฐกิจ 3 พรรคใหญ่ ส่งสัญญาณจับมือ “กู้ไทยทานิก เศรษฐกิจไทย” ‘ศิริกัญญา’ ชี้เป็นการผสมผสานที่ดี ลั่นพร้อมส่งเทียบเชิญหลัง 8 ก.พ. ด้าน ‘เผ่าภูมิ’ ย้ำ พรรคเพื่อไทยไม่เล่นเกมจับขั้ว ขอให้ประชาชนตัดสิน ขณะที่ ‘การดี’ ยืนยันจุดยืนเดิมพรรคประชาธิปัตย์ขีดเส้นแดงไม่ร่วมพรรคกล้าธรรม

วันนี้ (3 ก.พ. 69) ในงานดีเบต “ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ กู้ไทยทานิก เศรษฐกิจไทย” โดยมีตัวแทนจาก 3 พรรคการเมือง ได้แก่ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคและทีมเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน โดยมี กรุณา บัวคำศรี ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

ช่วงหนึ่งของการดีเบต เมื่อถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน หากทั้งสามพรรคมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถ “กู้ไทยทานิก” และผลักดันนโยบายเศรษฐกิจไปด้วยกันได้จริง

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าทั้งสามพรรคเป็นการผสมผสานที่ดี และมีพื้นฐานความเข้าใจร่วมกันอยู่แล้ว จากการร่วมเวทีและพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่อง

“จริง ๆ ส่วนตัวดิฉันคิดว่าสามพรรคนี้น่าจะเป็นคอมบิเนชันที่ดี และเราก็ไปด้วยกันมาหลายเวที ได้พูดคุยกันพอสมควร นโยบายก็ไม่ได้ต่างกันมากจริง ๆ ถ้าพ้นวันที่ 8 ก.พ. หากเราเป็นแกนนำ ก็จะส่งเทียบเชิญนะคะ”

ด้าน ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล กล่าวถึงประเด็นการจับมือจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยเลือกเสนอแนวทางการเมืองเชิงบวก และให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงนโยบายเป็นหลัก โดยไม่ต้องการนำประเด็นการเมืองเรื่องขั้วหรือการจับมือมาเป็นตัวนำ

“เรื่องของการจับมือหรือเสถียรภาพ ว่าตรงไหนจะเสถียรภาพมากกว่าอะไร พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ เราเสนอในเชิงบวก ท่านจะเห็นว่าเราไม่คุยเรื่องการเมืองเลย ไม่ว่าจะใครจับใครแล้วจะมีปัญหาอะไร แต่เราชูแต่เรื่องนโยบาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเลือกเราแล้วได้อะไร และประเทศจะไปในทิศทางไหนในการบริหารเชิงนโยบาย”

ดร.เผ่าภูมิ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเรื่องการจับมือกับพรรคใดเป็นการเฉพาะ พร้อมย้ำว่า พี่น้องประชาชนเห็นข้อดีข้อเสียของพรรคการเมือง เห็นตำหนิ เห็นทุกอย่างหมดแล้ว ประชาชนมีข้อมูลไม่น้อยไปกว่าพวกเรา เพราะฉะนั้นวันที่ 8 ก.พ. ประชาชนจะเป็นผู้เลือก และให้ฉันทามติ เราก็ดูจากตรงนี้ เราไม่ไปชี้นิ้วบอกว่าใครดีหรือไม่ดี ตอนนี้เราแบไพ่ให้พี่น้องประชาชนเลือกแล้ว”

ขณะที่ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจนว่า การเมืองที่สุจริตคือเงื่อนไขสำคัญที่สุดในการร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เปิดเรื่องนี้ชัดเจน เรามาการเมืองครั้งนี้ด้วยเจตจำนงเรื่องการเมืองที่สุจริต ถ้าเรามั่นใจได้ว่าเพื่อน ๆ คุยกันเชิงนโยบาย เราพบว่ามีหลายเรื่องที่เห็นสอดคล้องกัน แต่ถ้าย้อนกลับไป หากมีพรรคใดมีข้อสงสัยเรื่องการเมืองที่ไม่สุจริตหรือทุจริต นั่นคือธงที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งไว้ว่าเราจะไม่ร่วมจับมือด้วย”

เมื่อถูกถามต่อถึงความเป็นไปได้ หากพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดยืนเดิมหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ดร.การดี ตอบอย่างชัดเจนว่า “ตอบได้ง่าย ๆ ถูกต้องค่ะ ไม่เข้าร่วม”

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดร่วมที่ชัดเจนที่สุดของทุกพรรค คือการต่อสู้กับการคอร์รัปชันและทุนเทา ซึ่งทุกฝ่ายมีแนวทางใกล้เคียงกัน และสามารถพัฒนาไปสู่ข้อตกลงร่วมได้ หากต้องจัดตั้งรัฐบาลทุกพรรคประกาศตรงกันว่า เราจะสู้กับการคอร์รัปชันและทุนเทา เหลือแค่ตอนลงมือทำว่าจะทำอย่างไร เราคิดว่าเราสามารถทำข้อตกลงร่วมกันได้ เป็นแนวทางการทำงาน หรือโค้ดออฟคอนดักของคณะรัฐมนตรี เขียนไว้ชัดเจนว่า หากมีใครถูก ป.ป.ช. ชี้มูล หรือมีหลักฐานพบการทุจริต ก็ให้ลาออกจาก ครม. เพื่อไปพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการยุติธรรม”

ด้าน ดร.การดี กล่าวต่อว่า ทั้งสามพรรคมีจุดร่วมเชิงนโยบายอยู่หลายด้าน และหากมีโอกาสร่วมรัฐบาลจริง สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายประเทศร่วมกัน สิ่งที่ตนอยากชวนคุยคือ เรามาตั้งเป้าประเทศไทย และวัด KPI ความเจริญของประเทศเป็นตัวตั้ง ว่านี่คือคุณภาพของรัฐบาลชุดใหม่ ความเหลื่อมล้ำต้องลดลง ความยากจนต้องลดลง การศึกษาต้องดีขึ้น และการทุจริตคอร์รัปชันต้องดีขึ้น เราควรเปลี่ยนวัฒนธรรมการเมือง ไม่ใช่แยกทำเป็นกระทรวง ๆ จนประเทศขาดทิศทางและยุทธศาสตร์

Related Posts

Send this to a friend