‘สุชัชวีร์’ นำทัพปราศรัยใหญ่ กทม. อ้อนขอคะแนนโค้งสุดท้าย
เปรียบการเมืองแบบเดิมเหมือน “สะพานเหล็กเป็นสนิม” โครงสร้างอ่อนแอ-เปิดช่องให้เกิดคอร์รัปชัน ชู “การศึกษาแก้จน-ปลดหนี้ประชาชน-แก้น้ำท่วมซ้ำซาก” วอนประชาชนเลือกคนใหม่ที่ทำงานจริง เพื่อเปลี่ยนอนาคตไทย
วันนี้ (27 ม.ค. 69) ที่ลานอเนกประสงค์สะพานพระราม 8 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เเละเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ เเละเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายกิติ วงษ์กุหลาบ รองหัวหน้าพรรค น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค นำทีม ผู้สมัคร สส. กทม. ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่องาน “ไทยก้าวใหม่ ไปด้วยกัน อีกก้าวเดียว ให้ไทยสตรอง”
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย พร้อมมอบดอกกุหลาบ และพวงมาลัยเพื่อให้กำลังใจ รวมถึงขอถ่ายภาพกับนายสุชัชวีร์ และผู้สมัคร สส. อย่างเป็นกันเอง
นายสุชัชวีร์ กล่าวเปิดเวทีว่า การปราศรัยในวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในชีวิต และอยากให้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยพลังจากประชาชนทุกคน ทุกคะแนนเสียง พร้อมแนะนำผู้สมัคร สส. กทม. ทั้ง 33 เขต ซึ่งเป็นทีมคนรุ่นใหม่ มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมเสียสละทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ
นายสุชัชวีร์ กล่าวถึงที่มาของแนวคิดพรรคไทยก้าวใหม่ โดยย้ำว่า พรรคไม่ได้เกิดจากวาทกรรมหรือการขายฝัน แต่เกิดจากความตั้งใจทำงานจริง ไม่มีเบื้องหลัง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง พร้อมยกตัวอย่างผู้สมัครที่มาจากหลากหลายอาชีพ ทั้งนักการศึกษา นักธุรกิจรุ่นใหม่ นักพัฒนาสังคม และผู้ที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ปัญหา เช่น น้ำท่วม น้ำเสีย และความเหลื่อมล้ำ
ช่วงหนึ่ง นายสุชัชวีร์ ได้กล่าวถึง “สะพานพระราม 8” ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความยิ่งใหญ่ ความสง่างาม และวิสัยทัศน์ของการพัฒนาประเทศ โดยสะพานพระราม 8 เป็นโครงการตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 ที่อาศัยการออกแบบ และฐานรากที่แข็งแรง สามารถยืนหยัดท้าทายกาลเวลา พร้อมเปรียบเทียบว่า ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน หากต้องการยืนหนึ่ง ต้องมีฐานรากที่มั่นคง

นายสุชัชวีร์ ระบุว่า ฐานรากที่สำคัญที่สุดของประเทศคือ การศึกษา พร้อมชี้ว่า ปัจจุบันคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน ขณะที่ปัญหาการศึกษาไม่ได้จบแค่ในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาความยากจนและหนี้สินของครอบครัว
โดยยกตัวอย่างครอบครัวไทยจำนวนมากที่พ่อแม่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ผู้สูงอายุมีหนี้เสีย และลูกหลานเริ่มต้นชีวิตด้วยหนี้ กยศ. ตั้งแต่ยังไม่ทันทำงาน พร้อมตั้งคำถามว่า เด็กไทยไม่ควรเริ่มต้นชีวิตด้วยภาระหนี้สิน และการศึกษาไม่ควรเป็นเครื่องมือซ้ำเติมความจน
นายสุชัชวีร์ ย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่เสนอแนวทางการศึกษาเรียนฟรีจริง ควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน ตั้งแต่การปลดหนี้ผู้สูงอายุ การจัดการหนี้ครัวเรือน ไปจนถึงการปรับระบบ กยศ. เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่ออนาคตของเด็กไทย พร้อมย้ำว่า เด็กทุกคนไม่ว่าจะเกิดในครอบครัวชาวนา คนกรีดยาง แรงงาน หรือพ่อค้าแผงลอย ต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ และไปได้ไกลเท่าศักยภาพของตนเอง
นอกจากนี้ นายสุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ภาคกลาง โดยระบุว่า เป็นปัญหาโครงสร้างที่สะสมมานาน ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการเยียวยาชั่วคราวหรือกระสอบทราย พร้อมชี้ว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศมีความเห็นตรงกันว่า กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงสูง หากไม่มีการวางระบบป้องกันน้ำอย่างจริงจัง
นายสุชัชวีร์ ย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการ พร้อมผลักดันการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้กรุงเทพฯ และภาคกลางไม่ต้องจมน้ำซ้ำซาก และไม่ต้องสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนทุกปี
ในช่วงท้าย นายสุชัชวีร์ กล่าวถึงการเมืองแบบเดิมว่า เป็นการเมืองที่ทำให้ประเทศเหมือน “สะพานเหล็กเป็นสนิม” โครงสร้างอ่อนแอ และเปิดช่องให้เกิดคอร์รัปชัน พร้อมเตือนประชาชนว่า การรับเงินซื้อเสียงคือการคอร์รัปชันลูกหลานของตนเอง เพราะเป็นการตัดโอกาสงบประมาณที่ควรนำไปพัฒนาการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยของประชาชน
นายสุชัชวีร์ จึงขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมขอคะแนนให้พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 ทั้งในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ เพื่อให้ทีมผู้สมัคร สส. ได้เข้าไปทำหน้าที่วางรากฐานประเทศอย่างมืออาชีพ สร้างประเทศไทยที่มั่นคง แข็งแรง และมีอนาคตที่ดีกว่าสำหรับลูกหลานคนไทย













