POLITICS

’ธรรมนัส‘ ประกาศชัด ไม่เอาด้วยเด็ดขาดพรรคแตะแก้หมวด 1-2แม้ ’ธนาธร’ พร้อมจับมือทุกขั้ว

’ธรรมนัส‘ เตือน ‘พิธา’ ระวังวาทกรรมเดิม “ทหารไว้ทำไม” ย้อนเข้าตัว ย้ำทหารมีความสำคัญ ประกาศชัด ไม่เอาด้วยเด็ดขาด พรรคแตะแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1-2 แม้ ’ธนาธร’ พร้อมจับมือทุกขั้ว ยันไม่กังวลโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง บอกผู้สมัคร ต้องดูเรื่องคุณสมบัติตัวเองอย่าโทษคนอื่น

วันนี้ (27 ม.ค. 69) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียง ว่า เสียงตอบรับดี แต่คะแนนจะดีหรือไม่ต้องรอดูวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ส่วนที่ พรรคประชาชนประกาศไม่จับมือ กับพรรคกล้าธรรม แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาประกาศว่าสามารถจับมือได้ กับทุกขั้วพรรคการเมืองมองเรื่องนี้อย่างไรนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มองอย่างไร ตอนนี้มองแต่ตัวเอง ไม่ได้มองคนอื่นเลย โดยยังมีหลักการที่ชัดเจนว่าพรรคเราไม่ต้องเปลี่ยนคำพูดบ่อยครั้ง พรรคใดที่มีเจตนารมณ์ ในการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะเรียกร้องให้พรรคประชาชนประกาศจุดยืนให้ชัดเจนหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ต้องไปเรียกร้อง แต่พรรคเราประกาศจุดยืนชัดเจน และไม่เคยเปลี่ยน ตนเข้าสู่เวทีการเมือง อะไรที่ไปยุ่งเกี่ยวกับสามเสาหลักของบ้านเมืองเราไม่เอาเด็ดขาด พร้อมย้ำว่า หากยุ่งกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ส่วนในฐานะที่เคยรับราชการทหาร กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน มาช่วยหาเสียง จะเป็นการปลุกกระแสเรื่องทหารกลับมาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่หรอก เพราะทหาร และกองทัพ ก็อยู่ในส่วนของกองทัพ อย่าดึงกองทัพมายุ่งกับการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะการเมืองเราไม่คุยกันเอง ชอบทะเลาะกัน ในที่สุดก็ต้องมีกรรมการกลางไม่เช่นนั้นบ้านเมืองเสียหาย ตนจบสถาบันนี้เข้าใจพี่น้องทหารดี ยามวิกฤตจะต้องมีทหารออกมาช่วยมาแก้ปัญหา

สำหรับวาทกรรมมีทหารไว้ทำไม รบไปก็แพ้ จะกลับมาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ มันจะย้อนกลับมา เข้าตัวเองหรือไม่ ย้ำไม่ได้ว่าใคร สถาบันบ้านเมือง ที่อยู่ด้วยกันมาต้องศึกษา ประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ต้องสอนให้ลูกหลานได้รับรู้ ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราอยู่ได้เพราะเรามีกองทัพ ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ตั้งแต่แผ่นดินสยาม จนมาถึงกรุงเทพฯ อยู่ได้เพราะสถาบัน ที่เรามีกองทัพ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วก็มีกองทัพเหมือนกัน แต่ยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างไรประเทศก็ต้องมีทหาร

ส่วนในช่วงโค้งสุดท้าย จะห่วงว่าจะมีการเล่นเกมใต้โต๊ะ โจมตีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สังเกตได้เวลาพรรคกล้าธรรม โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกอะไรก็แล้วแต่โจมตี เราต้องดูตัวเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเอง ว่าคุณสมบัติในการสมัครเป็นสมาชิกมีความพร้อมหรือไม่ หากยังไม่พร้อม ไม่ได้อยู่ในกฎระเบียบกฎหมายที่ กกต. กำหนด ก็ต้องโทษตัวเองอย่าไปโทษคนอื่น

“สมาชิกที่สมัครหากตัวเองมีแผลตรงไหนก็ต้องดูแลตัวเอง เรื่องไหนที่ผิดกฎหมายมาสมัครไม่ได้ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงไม่มีใครมากลั่นแกล้ง เขาต้องตรวจสอบอยู่แล้วไม่โดนวันนี้หลังเลือกตั้งก็ต้องโดน เรามีบทเรียนเยอะแล้ว เราต้องดูตัวเอง อย่าโทษคนอื่น” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ส่วนจะมีข้อกังวลใดหรือไม่ ในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ถ้าหากเราอยู่บนโลกความเป็นจริง ยอมรับกติกาสังคม ไม่ว่าท่านใดทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพิสูจน์ตัวเองให้ได้ มิเช่นนั้น คุณอยู่เวทีการเมืองไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะสอบผ่านประชาชนเลือกมา แต่คุณก็ต้องโดนอยู่ดี ต้องทำใจ บางคนพอโดนหน่อย ก็โอดครวญ เหมือนบางพรรคโดนหน่อยก็โอดครวญ ว่าแต่คนอื่นไม่ดูตัวเองเราต้องดูตัวเราเอง

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ได้ไปพูดไว้ในรายการหนึ่งว่า พรรคกล้าธรรม มั่นใจจะได้เป็นพรรคอันดับ 3 ในการเลือกตั้ง มีอะไรทำให้มั่นใจเช่นนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า เราคัดเลือกผู้สมัคร จากจำนวนกว่า 350 คน เหลือ 140 คน เราต้องมีขั้นตอนการกรอง เพราะการทำการเมืองต้องคัดเกรด หากไม่คัดเกรดจะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งตอนนี้พรรคกล้าธรรมเหลือผู้สมัคร สส. 100 คน ต้องคัดกรองต่อ จะยังเหลือเท่าเดิมหรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ผู้สมัครสส. ทั้งหมดก็พร้อมสู้ทุกวิถีทาง เพราะยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ต้องสู้ทุกวิถีทาง จนกว่าจะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ว่าจะเหลือจำนวนเท่าไร

Related Posts

Send this to a friend