รมว.กลาโหม กำชับกองทัพเพิ่มความเข้มข้นดูแลชายแดนช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง สยบข่าวลือไร้เลือกตั้ง
รมว.กลาโหม กำชับกองทัพเพิ่มความเข้มข้นดูแลชายแดนช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง สยบข่าวลือไร้เลือกตั้ง ขอให้มั่นใจหน่วยงานมั่นคงดูแลความเรียบร้อย แนะติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ อย่าเชื่อข่าวปลอมตามโซเชียล
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเปิดพื้นที่หน่วยทหารเพื่อให้พรรคการเมืองเข้าไปนำเสนอนโยบายหาเสียงว่า การเปิดพื้นที่กรณีที่พรรคการเมือง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ประสานมา จะพิจารณาเป็นกรณีไป
สำหรับการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน และพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มข้น ซึ่งโครงสร้างการแก้ไขปัญหาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.รมน. และมีผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองประธาน ขณะที่ รมว.กลาโหม ไม่ได้อยู่ในโครงสร้าง เพียงแต่มีหน้าที่สนับสนุน ไม่สามารถให้นโยบาย หรือสั่งการได้ ซึ่งการดูแลพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง หากเป็นพื้นที่ชายแดนเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม และกองทัพ แต่หากเป็นพื้นที่ชั้นใน เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปกครอง
ด้านการจัดรถรับส่งประชาชนจากพื้นที่ทุรกันดารไปยังหน่วยเลือกตั้ง ต้องดูถึงความเหมาะสม เนื่องจากสุ่มเสี่ยงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ต้องรอให้พื้นที่ หรือกระทรวงมหาดไทย ประสานขอรับการสนับสนุน กองทัพไม่สามารถริเริ่มเองได้
ส่วนที่มีทหารถูกทำร้ายร่างกายในหน่วย ที่ถูกเผยแพร่ในช่วงการเลือกตั้งนั้น พลเอกณัฐพล ระบุว่า มีเพียง 2-3 เคส ซึ่งได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกองทัพไปแล้ว ทั้งวินัยทหารและคดีอาญา ซึ่งต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ เพราะเรามีกฎหมาย เรื่องซ้อมทรมานมาบังคับใช้แล้ว และได้มีการเตือนมาหลายครั้งแล้ว พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกระทำ ส่วนจะเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่นั้น ตนไม่อยากมองเช่นนั้น ขอให้สื่อมวลชนไปพิจารณากันเอาเอง พร้อมปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคการเมืองนำมาหาเสียง
ส่วนข่าวลือว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง ปัจจุบันมีข่าวลือเยอะมาก แต่ขอให้เชื่อมั่นในหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะหน่วยความมั่นคง และพื้นที่ที่กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบตามแนวชายแดน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี บรรยากาศอำนวยการเลือกตั้ง ขอความร่วมมือกลั่นกรองข้อมูลข่าวสาร โดยเสนอข้อเท็จจริงที่มาจากข้อมูลรัฐ
อย่างไรก็ตาม มีการให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกรณีข้อมูลดังกล่าว ปรากฏว่าเจ้าของเพจเป็นผู้พิการ ต้องถอนแจ้งความ เพราะอ้างว่าทำเพื่อหารายได้ แต่อยากเตือนว่าปัจจุบันข่าวปลอมที่มีการโจมตีบิดเบือนในโซเชียลมีเดียมีจำนวนมาก อยากให้หนักแน่น ฟังด้วยเหตุ และผล












