‘วิโรจน์’ จ่อเอาผิด ‘ชูวิทย์’ ซัด เลิกมโนปมดีลลับ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’
‘วิโรจน์’ จ่อเอาผิด ‘ชูวิทย์’ ซัดเลิกมโนปมดีลลับ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ เหน็บแรงคนเกลียดกัญชาเข้าไส้ วันหนึ่งอาจเสพติดงอมแงม บอก ปชน.มีมโนธรรมไม่แฉกลับภาพหลุดบิ๊กทหารเพื่อนรักกอดคอเครือข่ายเทา
วันนี้ (19 ม.ค. 69) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิสิทธิ์ อดีตนักการเมือง ออกมาโจมตีพรรคประชาชนว่า ตนเองให้ความเคารพกับคําวิพากษ์วิจารณ์ ตนเองยังเคยโพสต์ขอบคุณข้อติติง กรณีที่พรรคประชาชนโหวตให้อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี และได้ติดตาม โดยให้ความสําคัญกับสาระสําคัญมาโดยตลอด ขณะนั้นเข้าใจว่านายชูวิทย์ น่าจะวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความปรารถนาดีและความผิดหวังส่วนตัว ทั้งกรณีพรรคส้ม พรรคมาร หรือบทความที่ชื่อว่า “เทส้ม” ตนเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร และยังเคารพการตัดสินใจในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของชูวิทย์ในฐานะโหวตเตอร์ด้วย
แต่พอถึงบทความมีทหารไว้ทําไม ซึ่งพรรคประชาชนได้ชี้แจงต่อสาธารณะแล้วนั้น ทําให้ตนเองสงสัยเป็นอย่างมากว่า เหตุใดชูวิทย์ยังคงกระจายข่าวในเรื่องนี้ไม่หยุด การที่นายชูวิทย์จะมีอคติกับพรรคประชาชน ก็เป็นเรื่องที่ปกติ ตนเองก็ยอมรับได้จะให้นายชูวิทย์มาชอบพรรคเดียวกับตนเองก็คงเป็นไปไม่ได้ คนเราทั่วไปมีสิทธิ์ที่ วันหนึ่งชอบพรรคหนึ่ง วันหนึ่งก็เปลี่ยนไปชอบอีกพรรคหนึ่ง สิ่งที่ตนเองไม่สามารถยอมรับการกระทําของนายชูวิทย์ได้อีกต่อไป ไม่เชื่อว่านายชูวิทย์ได้กระทําลงไปด้วยอคติส่วนตัว แต่เป็นการไตร่ตรองเอาไว้ก่อน และเล็งเห็นผลที่อาจจะเกิดขึ้น คือการพยายามตีฟูวาทกรรม พรรคส้มผสมน้ำเงิน
นายวิโรจน์ อธิบายต่อว่าการพยายามจะจับคู่พรรคประชาชนกับอีกพรรคหนึ่งให้ได้ ทั้งที่นายณัฐพงษ์ได้พูดเอาไว้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่า พรรคประชาชนจะไม่มีวันโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเป็นอันขาด นายชูวิทย์รู้ทั้งหมดอยู่แก่ใจ แต่ก็ยังคงโหมกระพือข่าวจับคู่ในลักษณะนี้อยู่ เพื่อมุ่งหมายสร้างผลกระทบให้กับพรรคประชาชน หลายกรณีนายชูวิทย์นําข้อมูลมาเผยแพร่โดยการประติปะต่อ ใช้จินตนาการส่วนตัวในการกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสีพรรคประชาชนอย่างดื้อ ๆ ว่าพรรคประชาชนมีข้อตกลงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ที่จะให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่เป็นเรื่องเหลวไหลไม่มีข้อเท็จจริง ๆ
ตนเองตั้งคำถามกับท่าทีของนายชูวิทย์ในระยะหลังที่พยายามโจมตีพรรคประชาชนเพราะอะไร เกี่ยวข้องกับนายทหารคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนรักของนายชูวิทย์ ที่มีภาพถ่ายกอดคอสนิทสนมกับชาวต่างชาติ อดีตที่ปรึกษาฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ถูกสังคมสันนิษฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่
“ถ้าผมจะทำแบบที่พี่ชูวิทย์ทำคือนำภาพถ่ายดังกล่าวนั้นมาประกอบกับ ภาพถ่ายอื่น ๆ ที่พี่ชูวิทย์เคยถ่ายภาพร่วมกันกับนายทหารคนนั้น และนำกรณีที่นายทหารเพื่อนซี้คนนั้นพ้นจากตำแหน่งสำคัญ มาสร้างเรื่องเป็นตัวใส่ร้ายพี่ชูวิทย์และเพื่อนคนนั้น ผมก็ทำเป็น แต่ผมไม่ทำเพราะทั้งหมดนี้ผมยังมีมโนธรรมและยังมีความเคารพต่อพี่ชูวิทย์เสมอ”
นายวิโรจน์ กล่าวต่อวา ตนเองคงไปห้ามอะไรนายชูวิทย์ไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือทำให้สังคมตระหนัก และตั้งคำถามกลับไปยังนายชูวิทย์ว่าทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร แล้วพรรคการเมืองไหนที่ได้ประโยชน์จากการกระทำของนายชูวิทย์และพิจารณาว่าควรให้คุณค่ากับจินตนาการของนายชูวิทย์ต่อไปหรือไม่
“คนที่เคยเกลียดกัญชาเข้าไส้ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นผู้เสพติดกัญชางอมแงมไม่ได้”
ในช่วงตอบคำถามสื่อมวลชน นายวิโรจน์ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ ตนเองไม่อยากจะกล่าวหาว่านายชูวิทย์รับงาน แต่มันเกินจุดที่จะระบุว่าเป็นอคติส่วนตัว หรือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตไปแล้ว เชื่อว่านายชูวิทย์น่าจะไตร่ตรองและเห็นผลไว้ก่อน ส่วนจะรับงานหรือไม่ตนเองยังไม่อยากกล่าวหา ในเมื่อนายชูวิทย์ชอบกล่าวหาคนอื่น ตนเองก็ไม่อยากจะกล่าวหา ถ้าตนเองจะกล่าวหาแบบนายชูวิทย์เอาเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างมาปะติดปะต่อ เอาเรื่องเพื่อนทหารคนซี้ที่ไปกอดคอกับชาวต่างชาติแล้วสร้างเรื่องต่อ เอามากล่าวหาบ้าง ตนเองก็ทำได้แต่ไม่ทำเพราะมีมโนธรรมส่วนตัวและเคารพนายชูวิทย์
เมื่อถามว่านายทหารคนดังกล่าวมีนัยยะอะไรหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่าเรารู้อยู่แล้วถึงอิทธิพลทางการเมืองและอิทธิพลทางสังคม ตำแหน่งของนายทหารคนนั้นว่ามีอิทธิพลมากขนาดไหน เขาเคยดำรงตำแหน่งสูงสุดในกองทัพและยังมีตำแหน่งหลังเกษียณอายุราชการอีกด้วย และถ้ามีภาพกอดคอในลักษณะที่สนิท ซึ่งไม่ใช่ที่สาธารณะ ตนเองคิดว่าประชาชนก็สามารถจะจินตนาการได้ตามสมควรว่าคนไม่สนิททำไมถึงไปกอดคอกันได้ สามารถให้ผลประโยชน์อะไรกับชาวต่างชาติคนนั้นหรือไม่ และชาวต่างชาติคนนั้นก็มีข้อสันนิษฐานว่าเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซน รวมถึงอาจจะเข้าไปยุ่งกับสแกมเมอร์และเครือข่ายฟอกเงิน ซึ่งก็โยงใยไปเรื่อยเปื่อย แต่ตนเองก็ไม่อยากทำ
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ระบุว่าโจมตีพรรคประชาชนเพราะ สส.ของพรรคไปโหวตให้กับพรรคภูมิใจไทย นายวิโรจน์ กล่าวว่า การวิจารณ์ของนายชูวิทย์ในช่วงแรกตนเองไม่ติดใจ ตนเองยังไปขอบคุณเลยด้วยซ้ำ เพราะบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา สส.ในพรรคจำนวนหนึ่งก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกับนายชูวิทย์ แต่ก็เคารพมติของพรรค ทุกคนก็เข้าใจการวิพากษ์วิจารณ์ของนายชูวิทย์
“การสั่งสอน หรือการให้พี่ชูวิทย์ด่าเป็นไปด้วยเจตนาสุจริตหรืออคติก็ได้ พูดง่าย ๆ คือโกรธไม่พอใจ ผมก็น้อมรับอยู่แล้วแต่หลัง ๆ ผมรู้ว่าพี่ชูวิทย์ก็รู้อยู่แก่ใจในการโยงจับคู่บ้าง ล่าสุดที่ผมคิดว่ามั่วที่สุดคือการบอกว่าเรามีข้อตกลงกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ว่าจะให้ตำแหน่งรองนายกฯ ผมถามจริง ๆ มนุษย์คนหนึ่งเอาเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างมาปะติดปะต่อทำให้ประชาชนคล้อยตาม จากนั้นเอามโนส่วนตัวมาด้นต่อไปกล่าวหาใส่ร้าย และผลักภาระในการพิสูจน์ให้กับคนที่ถูกกล่าวหา พฤติกรรมแบบนี้สมควรหรือไม่ อย่างนั้นก็ต้องตอบมาดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หลักฐานคืออะไร”
นายวิโรจน์ ถามกลับว่า ถ้าตนเองเอาภาพนายทหารที่ไปกอดคอกับชาวต่างชาติแล้วกล่าวหาใส่ร้ายว่านายชูวิทย์กับทหารคนนั้นไปร่วมกันทำอย่างนั้นอย่างนี้ ถามว่าถูกหรือไม่ การมโนปฏิบัติต่อคือเทคนิคที่นายชูวิทย์ใช้ซึ่งตนเองเข้าใจว่า เวลา 14.00 น.วันนี้ก็จะมาโต้ตนเองอีก และเปิดแถลงข่าวรายวันเหมือนที่เคยทำกับพรรคภูมิใจไทย ตนเองคงไม่เสียเวลาทำอะไรแบบนายชูวิทย์ แต่จะแถลงข่าวให้ประชาชนได้ตระหนัก ถ้าประชาชนรู้ว่านายชูวิทย์ทำแล้วพรรคไหนได้ประโยชน์ มีข้อมูลจากการมโนหรือไม่ ถ้าไม่มีประชาชนจะวิจารณ์และไม่ให้ค่ากับสิ่งที่นายชูวิทย์ทำ
เมื่อถามว่านายชูวิทย์ระบุว่าได้ข้อมูลทั้งหมดมาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นายวิโรจน์ ถามกลับว่ามีหลักฐานอะไรว่านายชูวิทย์ฟังมาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยอมรับหรือไม่ ตนเองทำแบบนายชูวิทย์ได้บ้างหรือไม่ ไปฟังจากแม่ค้าขายข้าวแกงหน้าบ้านแกว่าแกไปล่มหัวจมท้ายกับนายทหารเพื่อนซี้ เรื่องสมมติไปหาผลประโยชน์เรื่องสถานบันเทิงแล้วมันแฟร์กับนายชูวิทย์หรือไม่ ถ้าตนเองทำแบบนั้นไม่แฟร์เลย ตนเองแย่งมีดจากนายชูวิทย์แทน ตนเองก็ไม่อยากให้มีดนั้นไปไล่แทงนายชูวิทย์ ตนเองก็ยังเคารพนายชูวิทย์เหมือนเดิม แต่เรื่องทางกฎหมายพรรคก็ต้องดำเนินการด้วยเช่นกันเพราะเกินจุดไปแล้ว
เมื่อถามว่าข้อมูลตั๋วช้างนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชนไม่ได้ได้มาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่าคงได้มาจากหลายแหล่งเราเอง ไม่ได้ปฏิเสธว่าข้อมูลได้มาจากแหล่งไหน ต้องยอมรับว่ามีข้าราชการที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงส่งข้อมูลให้เราหลากหลาย บางข้อมูลส่งมาแบบนิรนามด้วยซ้ำ เราก็ใช้วิธีการสอบเทียบว่าตรงกันหรือไม่ ข้อมูลไหนที่เป็นการใส่ร้ายก็ตัดออก ซึ่งข้าราชการก็ไว้ใจพรรคประชาชน เพราะพรรคประชาชนไม่เคยเอาข้อมูลมาหากินหรือตบทรัพย์
“ ดีลว่าจะให้รองนายกฯ ผมฟังแล้วผมหัวเราะ ผมปิดทีวีเลยสร้างเรื่องอย่างนั้นทำไมไม่สร้างเรื่อง ว่าผมดีลกับพลเอกอภิรัตต์ คงสมพงษ์ เลยละทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เพราะ พล.อ.อภิรัชต์เกลียดคนหนักแผ่นดินที่สุด คำพูดพวกฟอกเงินก็หนักแผ่นดินจริง ๆ ถ้าจะดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ดีลกับ พล.อ.อภิรัชต์ดีกว่า “
เมื่อถามว่าจะฟ้องอะไรนายชูวิทย์หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า คงฟ้องเรื่องผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่คงไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เราไม่อยากให้นายชูวิทย์หยุดวิพากษ์วิจารณ์ เราอยากให้วิพากษ์วิจารณ์เหมือนเดิม เป็นนายชูวิทย์เหมือนเดิม ที่ด่าอะไรตนเองรับฟังเสมอแม้จะมีคำหยาบ ตนเองก็ทนได้ บางครั้งเราฟังอคติของคนแล้วตัดอคติออกมันก็ได้สาระ แต่หลัง ๆ เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จใส่ร้ายป้ายสีกันอยากให้นายชูวิทย์ไตร่ตรองหน่อย อยากให้ประชาชนคิดตามว่าพรรคไหนได้ประโยชน์












