‘จตุพร’ ควง ‘ทศพร’ ปราศรัยลพบุรี ช่วย ’สิทธิชัย’ หาเสียง ชูนโยบายเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ-ดันสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง
วันนี้ (16 ม.ค. 69) เวลา 17.30 น. พรรคโอกาสใหม่ จัดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ตลาดแซทวัน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พร้อมด้วย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ พลโทสิทธิชัย คัตตะพันธ์ ผู้สมัคร สส.ลพบุรี เขต 1 เบอร์ 10 หรือ “เสธแป๊ะ”
นายจตุพร กล่าวปราศรัยว่า พรรคโอกาสใหม่เกิดขึ้นเพื่อเป็น “แสงสว่างให้กับประชาชน” โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ ตั้งแต่การรักษาพยาบาล การดูแลชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว
หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ระบุว่า หากพรรคได้เป็นรัฐบาล จะเดินหน้านโยบาย แช่แข็งหนี้ ชั่วคราว 1-2 ปี เพื่อให้ประชาชนมีเงินเหลือในกระเป๋า ไม่ใช่การหยุดจ่ายถาวร แต่เป็นการหยุดเพื่อฟื้นตัว พร้อมลดรายจ่าย เช่น ค่าไฟฟ้าฟรี 500 บาท และสนับสนุนการเดินทาง ขณะเดียวกันจะเพิ่มรายได้ให้เหมาะสมกับแต่ละอาชีพ ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ใช่การประกาศค่าแรงโดยไม่สามารถทำได้จริง

นายจตุพร ยังกล่าวถึงการฟื้นเศรษฐกิจจังหวัดลพบุรีว่า ต้องเพิ่มสัดส่วนการท่องเที่ยว จากเมืองประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไม่ใช่พึ่งเพียงภาพลิงเพียงอย่างเดียว พร้อมชี้ว่าปัญหาที่ดินทำกินเป็นต้นทุนสำคัญของประชาชน หากพรรคได้เป็นรัฐบาล จะเร่งแก้ไขเพื่อให้ประชาชนมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง ลดภาระค่าเช่าที่ดินในระยะยาว
ในด้านปัญหาอาชญากรรม นายจตุพร ประกาศนโยบายปราบ สแกมเมอร์ อย่างเด็ดขาด ด้วยมาตรการ “3 ตัด” ได้แก่ ตัดบัญชีม้า, ตัดเครื่องมือสื่อสารและระบบการเงิน และตัดข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความช่วยเหลือพร้อมย้ำว่า สแกมเมอร์ไม่ควรมีที่ยืนในสังคมไทย และจะต้องถูกกำจัดออกไปอย่างสิ้นเชิง
“การโกงคือมะเร็งร้ายที่กัดกินประเทศ ใครโกงต้องถูกจัดการอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างสบายใจ ถ้าจะให้ดีที่สุด ต้องส่งเสธแป๊ะ เข้าไปทำงานในสภา คนเก่าที่มีประสบการณ์ ถึงจะช่วยพี่น้องประชาชนได้จริง” นายจตุพร กล่าว

ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ กล่าวปราศรัยถึงโครงสร้างประชากรไทยว่า ปัจจุบันอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา เด็กไทยเกิดเพียงประมาณ 460,000 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 570,000 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลงปีละกว่าแสนคน และในอีก 50-60 ปีข้างหน้า คนไทยอาจเหลือเพียงครึ่งเดียวของปัจจุบัน
นพ.ทศพร ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนประชากรลดลง แต่คือการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ไม่มีญาติดูแล พรรคโอกาสใหม่จึงมีแนวคิดจัดตั้ง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น โรงเรียนร้าง มาพัฒนาเป็นศูนย์ดูแล มีโรงครัว สนามออกกำลังกาย และเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเป็นระบบ ใช้งบประมาณไม่สูงแต่เกิดประโยชน์จริง
พรรคโอกาสใหม่ยังมีนโยบายเพิ่ม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากฐานเดิมเป็น 1,200 บาท และจะทยอยผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 1,800 บาท รวมถึงเพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,200 บาท โดยจะเสนอเป็นญัตติในสภา และท้าทายให้ทุกพรรคแสดงจุดยืนต่อหน้าประชาชน
นพ.ทศพร กล่าวย้ำว่า จุดแข็งของพรรคโอกาสใหม่ คือการผสานประสบการณ์ของฝ่ายข้าราชการระดับสูงกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง ไม่ใช่เพียงวาทกรรมบนเวที
“หัวหน้าพรรคของเรา มีประสบการณ์ทำงานราชการมากว่า 40 ปี รู้ระบบ รู้ปัญหา นี่คือคุณค่าที่พรรคโอกาสใหม่มี และพร้อมนำมาใช้ทำงานให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง” นพ.ทศพร กล่าว













