POLITICS

‘ดร.เจษฎ์’ ลุยหาเสียงเชียงใหม่ ยัน เต้นรำหาเสียงได้ ไม่เข้าข่ายมหรสพต้องห้าม

‘ดร.เจษฎ์’ ลุยหาเสียงเชียงใหม่ ชู วัฒนธรรม Soft Power ปั้น อินฟลูฯ รุ่นใหม่ โชว์สเต็ป ‘ร่มบ่อสร้าง’ ยัน เต้นรำได้ ไม่เข้าข่ายมหรสพต้องห้าม หากไม่ตั้งเวที-ไม่ใช้เครื่องเสียง

วันนี้ (8 ม.ค. 68) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ นำทีมผู้บริหารและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค นางสาวชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร รองโฆษกพรรค และนายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 13 เบอร์ 9 พร้อมด้วยโค้ชเอก นายอิสระพงศ์ เจริญวรายุทธ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 11 พร้อมใจกันสวมใส่ชุดพื้นเมือง (เสื้อม่อฮ่อม) ขึ้นรถแห่หาเสียงรอบคูเมืองเชียงใหม่ และพบปะพูดคุยกับประชาชนชาวเชียงใหม่ ณ ประตูท่าแพ จุดเช็กอินยอดฮิตของจังหวัด

โดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เผยว่า เชียงใหม่เป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมที่ลุ่มลึก มีอารยธรรมความเป็นมานับพันปี มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่ชนชาวโลกสนใจไม่แพ้ชาติใดในโลก เพียงแต่เราไม่ค่อยสนใจ ไม่เห็นค่า ขาดการนำเสนอที่ดึงดูดใจในระดับสากลเมื่อเทียบกับประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเชียงใหม่ มีขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม รวมถึงศิลปะ หัตถกรรมพื้นบ้านที่งดงาม เป็นเอกลักษณ์มากมาย ควรค่าแก่การส่งเสริม จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เป็น Soft Power ที่จับต้องได้ และส่งต่อไปถึงนักท่องเที่ยวและชาวโลก เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และที่สำคัญคือนำรายได้ กระจายสู่พื้นที่ชุมชน ไม่กระจุกอยู่เพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เท่านั้น เมื่อประชาชนมีรายได้ มีความสุข สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวได้ ก็จะส่งต่อไปสู่การร่วมกันพัฒนาประเทศได้ต่อไป

นโยบายหลักของพรรครักชาติในการผลักดัน ทำให้ Soft Power ลงหลักปักฐาน ต้องมีองค์กรและระบบสนับสนุนอย่างยั่งยืน โดยดึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาท ให้ภาครัฐสนับสนุน และชวนสถาบันการศึกษาร่วมสร้างคนรุ่นใหม่ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านตัวตนของพวกเขา เพื่อให้คนทั่วโลกได้เปิดหูเปิดตา สิ่งนี้จะสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมบันเทิง ภาพยนตร์ การท่องเที่ยว และอีกหลายสาขา สร้างรายได้เข้าประเทศ

ส่วนประเด็นที่มีผู้ร้องเรียนเรื่องการเต้นหาเสียงว่าเป็นการจัดมหรสพ ซึ่งอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยระบุว่า ตนในฐานะอดีตกรรมาธิการยกร่างกฎหมายเลือกตั้ง สส. ขอชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ มาตรา 73 กฎหมายไม่ได้ห้ามมหรสพ แบบขาด แต่เจตนารมณ์คือห้ามการจัดเวทีคอนเสิร์ตใหญ่โต หรือจ้างวงดนตรี มหรสพมาแสดง แต่หากเป็นการใช้ความสามารถของผู้สมัครเอง เช่น การร้องรำทำเพลง โดยไม่มีเวทีใหญ่โต ไม่มีเครื่องเสียงแบบคอนเสิร์ต สิ่งนี้สามารถทำได้แน่นอน

“แต่วันนี้มันมีคนไปร้องครับ ว่าการทำแบบนี้เขาเรียกว่ามหรสพ มหรสพนี่มันต้องตั้งเวที มันต้องเปิดคอนเสิร์ต มันต้องตั้งลิเก มันต้องไปเปิดหนังกลางแปลงอะไรพวกนี้ มหรสพมันต้องเป็นอะไรที่มันใหญ่ ๆ และที่สำคัญ กฎหมายเขาไม่ได้ห้ามมหรสพ แบบขาด มหรสพที่เป็นความสามารถของผู้สมัครเอง สามารถทำได้ ที่เขาบอกไม่ให้ใช้อุปกรณ์ หมายความว่าพวกเครื่องเสียง พวกเวทีทำเป็นคอนเสิร์ต” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ภายหลังการให้สัมภาษณ์ รศ.ดร.เจษฎ์ และทีมพรรครักชาติ ได้ร่วมกันเต้นพร้อมถือร่มบ่อสร้าง ซึ่งเป็นสินค้า Soft Power ชื่อดังของเชียงใหม่ ประกอบเพลง “พี่สาวครับ” ของ จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินแห่งชาติ ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวและประชาชนบริเวณประตูท่าแพ จากนั้นทีมพรรครักชาติ ได้ขึ้นรถแห่รอบเมืองเชียงใหม่ หยุดรถทักทายพ่อแม่พี่น้อง บริเวณตลาดต้นพยอม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่ เข้ามาขอถ่ายรูปและพูดคุย ฝากนโยบายและปัญหาต่าง ๆ หากได้รับเลือกเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อให้ช่วยแก้ไข

Related Posts

Send this to a friend