ปชป. จัด First Meet ผู้สนใจสมัคร สส.กทม. นัดแรก หลังมีผู้สนใจเสนอตัวกว่า 150 คน
ปชป. จัด First Meet ผู้สนใจสมัคร สส.กทม. นัดแรก หลังมีผู้สนใจเสนอตัวกว่า 150 คน ระดมสมองนำองค์ความรู้มาพัฒนาประเทศ ก่อนเสนอคณะกรรมการเลือกผู้เหมาะสม 24 ธ.ค.นี้
พรรคประชาธิปัตย์ เปิดงาน ‘First Meet Bangkok ก้าวแรก นัดเปิดสนาม จุดพลังไอเดีย เป้าหมายเพื่อคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน’ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร และ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ร่วมเปิดงาน ณ โรงแรม เมอร์เคียว มักกะสัน
นายสกลธี เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัวแคมเปญ ‘สส.ที่ดี…คุณเองก็เป็นได้นะ’ มีผู้สนใจเข้ามาสมัครเป็นตัวแทนของพรรคลงสมัครเลือกตั้ง สส.กทม. ใน 33 เขต มากกว่า 150 คน มีกระแสตอบรับดีมาก ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักการเมือง แต่มีใจรัก และมีความมุ่งมั่น เพราะมีความรู้ทางวิชาการจริง ๆ หวังนำองค์ความรู้มาช่วยกันพัฒนากรุงเทพฯ และประเทศ
นายสกลธี กล่าวว่า ครั้งนี้เป็น First Meet ของบรรดาผู้สนใจสมัคร เพื่อระดมสมอง เชื่อว่าทุกคนมาด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และอยากจะเห็นการเมืองสุจริตภายใต้พรรคประชาธิปัตย์ เรายังมีการระดมความคิดอย่างนี้อีกในครั้งถัดไป เพื่อนำไอเดียที่เกี่ยวกับกรุงเทพฯ และประเทศ มาออกแบบในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อไป ซึ่งวันที่ 15-16 ธันวาคม จะมีการสัมภาษณ์รายบุคคล และพิจารณาจากข้อมูลส่วนตัวให้กรรมการคัดสรร และเสนอคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอมติเลือกผู้เหมาะสมในวันที่ 24 ธันวาคม 2568
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน และสถานภาพของพรรคในวันนี้เหมือนเป็นเหตุการณ์พิเศษ เพราะสมัยตนเองลงเลือกตั้งครั้งแรกปี 2535 พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุด และมีโครงสร้างสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งพอสมควร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เปิดโอกาสให้กับทุกคน และหลีกเลี่ยงการใช้ระบบอุปถัมภ์ เส้นสาย วันนี้เป็นโอกาสดี พรรคกำลังเริ่มต้นใหม่ จึงเป็นโอกาสดีที่พรรคได้ตัดสินใจเปิดกว้าง ได้มีโอกาสนำเสนอตัวเอง แต่ยังมีขั้นตอนที่ต้องทำตามกฎหมายในการส่งให้สาขาเป็นผู้ให้ความเห็นต่อผู้สมัคร ก่อนจะกลับเข้ามาคัดสรรในคณะกรรมการสรรหา และจบที่คณะกรรมการบริหารพรรค
“ผู้สนใจมาสมัครในครั้งนี้มากกว่า 150 คน แต่มีแค่ 33 เขต ซึ่งก็จะมีคนที่ไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งมากกว่าคนที่ได้ลงสมัคร แต่ผมก็ขอย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้ทำงานการเมือง หรือจะไม่ได้รับโอกาส หรือจะไม่ได้มีส่วนช่วยในการทำงานให้กับพรรคประชาธิปัตย์ให้กับประเทศ แต่ผมยืนยันได้ว่าคณะกรรมการทุกคนจะพยายามทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมที่สุด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ถ้าพวกเรามีความตั้งใจทำงานการเมืองตามอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่ทิ้งกัน และเราจะเดินไปด้วยกัน หาบทบาทหาจังหวะเวลาที่เหมาะสม และหวังว่าพวกเราจะได้ใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานด้วยกันกับประชาชนต่อไป
ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ และกลับเข้ามาครั้งนี้ กิจกรรมแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน และเป็นจังหวะเดียวกับช่วงของการสร้างพรรคขึ้นมาใหม่ ต้องการสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจวัตถุประสงค์ของพรรคที่จะทำอะไรให้บ้านเมือง พื้นฐานที่ต้องมีอันดับแรกคือต้องมีจิตสาธารณะ ต้องมีความรู้สึกอยากทำอะไรบางอย่างให้กับคนอื่น ให้กับสังคม
นายกรณ์ เปิดเผยว่า ที่เข้ามาสู่การเมืองมีเพียงความรู้สึกน่าจะมีอะไรบางอย่างที่ช่วยได้ มั่นใจว่าสิ่งที่สะสมมา 20 ปี ของการทำงานก่อนจะมาเป็นผู้สมัคร คือความรู้เรื่องเศรษฐกิจการเงิน ในมุมอุตสาหกรรมประเทศไทยยังขาดอะไรบ้าง และต้องการอะไร
“อะไรที่เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นสิ่งที่เราอยากทำสุดท้าย ก็คือชีวิตที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน ที่ฝากความหวังไว้กับเรา นี่คือกระบวนการของการเป็นผู้แทนและผู้สมัคร” นายกรณ์ กล่าว













