Politics

“สมบูรณ์” สอนมวย “สุทิน” หัดดูรัฐธรรมนูญ หมดยุคสภาสั่งได้

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ออกมากล่าวหานายชวน หลีกภัย ประธานสภา ว่า ญัตติที่เสนอไม่ใช่หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฏร ตามรัฐธรรมนูญ หมวดอำนาจหน้าที่สภา ขออย่าใช้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้ต่อรองทางการเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ออกมากล่าวหานายชวน หลีกภัย ประธานสภา เรื่องบรรจุญัตติในสภาว่า ในฐานะเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฏร จึงขอชี้แจงให้นายสุทิน ได้รับรู้อีกครั้งดังนี้

  1. “ญัตติที่ท่านเสนอมานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฏร” จึงเป็นเหตุที่ไม่บรรจุเพราะ ตามมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาจะตั้งกรรมาธิการฯกระทำกิจการ สอบสวน ศึกษาเรื่องใดต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 269 กำหนดให้การสรรหาแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นอำนาจของ คสช. ดังนั้นจึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาที่จะไปสอบสวน
  2. ที่นายสุทินบอกว่า ปกติถ้าผู้เสนอญัตติ เขียนญัตติไม่ถูกต้อง สภาจะเชิญไปแก้ไข ครั้งนี้ทำไมไม่เชิญแต่ตีตกเลย เนื่องจากที่ผ่านมาถ้าสภาเห็นว่าญัตตินั้น มีเนื้อหาสาระที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา ที่กระทำได้ แต่ยังมีข้อความหรือถ้อยคำที่ไม่ถูกต้อง ก็จะเชิญมา แต่ญัตติของนายสุทิน ไม่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภา จึงไม่ต้องเชิญมาแก้ไข

คุณสุทิน คลังแสง คงเคยชินกับ “สภาสั่งได้เหมือนในอดีต” จึงไม่ยอมรับฟังเหตุผลของการไม่บรรจุญัตติ การตรวจสอบที่มา สว. อาจเพราะห่างจากสภามานาน เพราะคราวที่แล้วอยู่ในกลุ่มถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง และเคยอยู่ในสภาสมัยสภาสั่งได้ ยุคสมัยที่สภาเป็นแบบเผด็จการรัฐสภา สภาจึงรับคำสั่งให้บรรจุญัตติออกกฎหมายเพื่อนายทุนพรรคตนเอง เช่น ออกกฎหมายล้างผิดให้นักโทษทุจริตหนีคดี ออกนโยบายโครงการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท หรืออนุมัติงบประมาณในโครงการที่เอื้อต่อการทุจริต จนเคยชิน คิดว่าสมัยนี้คงเหมือนกัน จะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้ เอาเรื่องเอาญัตติที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจตนเอง มาบรรจุให้ได้ ไม่เคารพการตัดสินของประธานสภา ซึ่งท่านได้มอบหมายให้รองประธานได้พิจารณาอย่างรอบคอบ เชิญนักกฎหมาย ที่ปรึกษามาร่วมพิจารณา ซึ่งท่านเคารพต่อหลักการความยุติธรรม แต่คุณสุทินทำตัวเป็นเด็กเกเร ประจำสภา ไม่ยอมรับคำตัดสิน

นายสมบูรณ์ยังได้ทิ้งท้ายว่า สภาผู้แทนราษฏร เป็นสถาบันเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เป็นสถาบันออกกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมของสังคม อย่าใช้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้ต่อรองทางการเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *