Politics

“วันนอร์” เตือน รมว.คมนาคม ระวังติดคุก หากจะเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ในการสัมมนา เรื่อง “ตรวจสอบกระทรวงคมนาคม กรณีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ค่าโง่การทางพิเศษ และค่าโง่อื่นๆ ที่กำลังจะตามมา ฯลฯ” ซึ่งจัดโดยสภาที่ 3 และคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วานนี้สหภาพ ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลขอให้ชะลอการทำสัญญาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีรายงานว่า จะเซ็นสัญญาในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากยังไม่ผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบ และที่ผ่านมาในเงื่อนไขของสัญญายังมีหลายข้อที่ส่อแววไม่โปร่งใส และอาจทำให้เกิดกรณีค่าโง่ขึ้นได้อีก อีกทั้งยังไม่เห็นประโยชน์ว่าประชาชนจะได้รับจากการใช้รถไฟความเร็วสูงจากอู่ตะเภา สุวรรณภูมิ และดอนเมือง จึงตั้งคำถามว่าเกิดประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ EEC หรือไม่ เพราะได้นำโครงการนี้เข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งด้วย นอกจากนี้ การยกที่ดินมักกะสันของการรถไฟ 150 ไร่ให้เอกชนจะคุ้มค่าหรือไม่ ทั้งในทางที่เกิดประโยชน์กับประชาชน กับการเป็นที่ดินพระราชทานของรัชกาลที่ 5 อีกทั้งการรถไฟก็มีโครงการที่จะสร้างรถไฟจากสนามบินอู่ตะเภาเข้ากรุงเทพฯอยู่แล้ว ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก และสามารถทำได้เอง จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และนายกรัฐมนตรี ชะลอการลงนามในโครงการนี้ไว้ก่อน

ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้เปิดอภิปรายเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เตรียมที่จะขอให้สภาตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้โดยด่วน เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากสภาผู้แทนราษฏร และในการเซ็นสัญญาในวันที่ 24 กรกฏาคมนี้ จะเป็นการลงนามในฐานะรัฐบาลใหม่ หรือรัฐบาลเก่า อีกทั้งโครงการนี้ได้รับการอนุมัติในปลายสมัยของรัฐบาลประยุทธ์ 1 ทั้งๆ ที่เป็นมารยาททางการเมืองที่ต้องไม่มีการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ในช่วงเวลาก่อนเปลี่ยนรัฐบาล และพบว่าสัญญาของการให้เอกชนเช่าที่ดินมักกะสัน ขยายจาก 50 ปี เป็น 99 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่เท่ากับการคืนเกาะฮ่องกง เป็นการปิดโอกาสการพัฒนาของประเทศ เพราะเป็นการผูกขาดกับกลุ่มทุนรายเดียว จึงอยากให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาให้รอบคอบ เพราะเป็นห่วงว่าหากมีการเซ็นสัญญา คุกตารางไม่ไปไหนแน่ รัฐบาล และรมว.คมนาคม อาจต้องติดคุก และอาจจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า โครงการนี้ เกิดขึ้นอย่างไม่สมเหตุผล ที่จะใช้ความเร็วสูงเชื่อมสนามบินในระยะทาง 220 กิโลเมตร เพราะประชาชนอาจได้ใช้ประโยชน์น้อย และไม่สมเหตุผลในการเชื่อมต่อแต่ละสนามบินด้วยรถไฟ นอกจากนี้การต้องใช้เงินอุดหนุนกว่า 1 แสน 1 หมื่นล้านบาทกับภาคเอกชนจากงบประมาณทั้งหมด 1 แสน 6 หมื่น 8 พันล้าน คุ้มค่าหรือไม่ และมีผู้ประมูล 31 ราย แต่เข้าประมูลจริงเพียง 2 ราย โปร่งใสหรือไม่ รวมทั้งการให้เช่าที่ดินเพียง 5 หมื่น 2 พันล้าน จากมูลค่าจริง 1 แสน 6 หมื่นล้านเหมาะสมหรือไม่ จึงเห็นด้วยให้มีการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ

ขณะที่นายแพทย์รวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ก็เห็นด้วยกับการต้องป้องกันไม่ให้เกิดค่าโง่ครั้งที่ 3 หลังจากค่าโง่การทาง และค่าโง่ทางด่วนพิเศษมาแล้ว จึงเห็นด้วยให้มีการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ ก่อนการเซ็นสัญญา

Related Posts