Politics

“ธนาธร” แถลงผลการเดินทางพบตัวแทนต่างประเทศ ชี้ คนรับใช้เผด็จการต่างหากที่ขายชาติ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงผลของการเดินทางไปต่างประเทศในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมแจงข้อกล่าวหาเรื่องการขายชาตินั้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องนิยามคำว่าชาติใหม่

“สำหรับพรรคอนาคตใหม่ ชาติคือประชาชน สำหรับพรรคอนาคตใหม่ชาติไม่ใช่รัฐบาล และที่สำคัญที่สุดชาติไม่ใช่ความมั่นคงของ คสช. ไม่ใช่ความมั่นคงของประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ่งที่เราไปพบปะพูดคุยกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ รัฐบาลต่างๆ เราพูดคุยกันถึงสถานการณ์การเมืองของประเทศไทย ทำอย่างไรให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง ดังนั้นผมมั่นใจว่าด้วยเจตนาดีของเรา เราไม่มีความคิดที่จะทำลายชาติ คนที่กล่าวหาเราว่าขายชาติต่างหาก พวกที่เป็นกลุ่มคนที่รับใช้เผด็จการต่างหาก ที่ทำลายชาติที่ขายชาติ พวกเรามีแต่ความจริงใจที่อยากจะพัฒนาประเทศไทยไปข้างหน้า พวกเรามีแต่ความจริงใจที่จะปลดปล่อยศักยภาพที่ถูกกดทับมานานของสังคมไทย เพื่อให้ประเทศไทยทะยานไปข้างหน้าได้อย่างทัดเทียมกับโลกภายนอก ความมั่นคงของประเทศไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล เป็นคนละเรื่องกัน และสิ่งที่เราทำไปไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความมั่นคงของประเทศเลย ในทางกลับกัน เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยกลับมาสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเท่านั้น” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธร ระบุว่าการเดินทางครั้งนี้ ได้ไปพบองค์กรสิทธิมนุษยชนและองค์กรที่สนับสนุนประชาธิปไตยมาทั้งหมด 7 องค์กรด้วยกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ของกระทรวงการต่างประเทศ 4 ประเทศและของสหภาพยุโรป รวมทั้งหมดเป็น 5 ที่ คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรประเทศต่างๆรวม 6 ท่าน และได้ไปบรรยายสาธารณะเกี่ยวกับทิศทางการทำงานก้าวต่อไปอีกหนึ่งการบรรยายที่ London School of Economics อีกด้วย

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่าจากการไปเยือนกลุ่มองค์กรและสื่อมวลชนหลายสำนัก สิ่งที่ตนได้รับกลับมาคือเสียงสะท้อนจากผู้ที่ห่วงใยและสนใจในสถานการณ์ในประเทศไทย

“ทุกคนให้เสียงสะท้อนเหมือนกันหมดว่าอยากเห็นประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย อยากเห็นประเทศไทยที่นับถือในหลักการนิติรัฐ นับถือในหลักการแห่งสิทธิมนุษยชนสากล ทุกตัวแทน ทุกองค์กรที่ผมไป พบอยากเห็นประเทศไทยเป็นผู้มีบทบาทนำอย่างแข่งขันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะนำประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ที่จะนำหลักการสิทธิมนุษยชนให้ปักรากลึกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ทุกคนอยากเห็นประเทศไทยที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่แก้ปัญหาในระดับภูมิภาคเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในระดับโลก“ นายธนาธรกล่าว

Related Posts