Lifestyle

EAT DIARY: จาร์แดง เดเต้ คาเฟ่บ้านฮอบบิทสีเหลือง แห่งเชียงใหม่ อบอุ่น อิ่มใจ สบายท้อง

พูดถึงเชียงใหม่ อาจจะนึกถึงร้านกาแฟที่นิมมาน ร้านกาแฟแถวเชิงเขา หรือร้านกาแฟบนดอยสูง แต่เรามีอีกหนึ่งทางเลือกในการนั่งชิลล์ที่เชียงใหม่แบบสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางออกนอกเส้นทางไปไกลๆ หรือหาที่จอดรถลำบากมาแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ตามหาลมหนาวในปีนี้ โดยเราและเพื่อนแวะร้านนี้เพื่อปิดทริปเชียงใหม่ของเราให้สมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนเดินทางไปสนามบินเชียงใหม่เพื่อขึ้นเครื่องกลับ กทม. 

อบอุ่น สบาย เหมาะกับการมานั่งชิลล์ นั่งคิดงาน อ่านหนังสือ และใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

ภายนอกเหมือนบ้านฮอบบิท โปร่ง โทนสีเหลืองนวล เหมาะกับชื่อ สวนกลางฤดูร้อน รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และภาพวาดที่ดูสบายตา มองแล้วสบายใจ

ทั้งภายในที่ดูบรรยากาศเหมือนอยู่ในต่างประเทศ และภายนอกที่มีต้นไม้ ดอกไม้ ห้ามพลาดที่สุดคือริมกระจกยาวที่หันหน้าไปทางสวน บันไดด้านนอก และผนังระแนงไม้ประดับด้วยต้นไม้เล็กๆ

Homemade Gelato ที่เชฟบินไปเรียนจากอิตาลี ต้นตำรับเจลาโต้โดยตรง

Apple Crumble อุ่นๆ หอมแอ๊ปเปิ้ล และเนยคุณภาพเยี่ยม หวานกำลังดี เสิร์ฟอุ่นๆ คู่กับเจลาโต้ถ้วยเล็กๆ

น้ำพริกอ่องทูน่าวาฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมชีส และแตงกวา ผสมผสานความเป็นเชียงใหม่ เข้ากับอาหารสไตล์ยูโรปได้อย่างลงตัว

ครัวซองเนยสดอบใหม่ไส้แซลมอนรมควัน แตงกวาดองชาเอิร์ลเกรย์ ครีมชีสกระเทียม และผักชีลาว หอมเนยพรีเมียม เข้ากันได้ดีกับแตงกวาดองชาเอิร์ลเกรย์ และครีมชีสกระเทียม

อยู่ในบริเวณร้านอาหารสวนผัก , VC@Suanpaak Hotel And Apartments

ติดเซ็นทรัลแอร์พอร์ต ถนนทางไปสนามบิน

พิกัด 18.7702532,98.9745094

ทุกวัน 09.00 – 19.00 น.

คาเฟ่บ้านฮอบบิทสีเหลือง ชื่อเล่นที่คนส่วนใหญ่เรียกกันแทนชื่อ จาร์แดง เดเต้ มาจากลักษณะภายนอกของร้าน

Jardin d’ete Gelato and Dessert Cafe (จาร์แดง เดเต้ ) เป็นคาเฟ่น่ารัก โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกับบ้านฮอบบิทสีเหลือง ดูแปลกใหม่ ที่มีแรงบันดาลใจมาจากบ้านดินหลังเล็กๆ ในบริเวณร้านอาหาร และโรงแรม VC @สวนผัก ที่เพียงเดินเข้าไปก็รู้สึกเย็นกายเย็นใจ และรายล้อมไปด้วยสวนสวยสมชื่อ สวนกลางฤดูร้อน (Jardin d’ete ในภาษาฝรั่งเศส) ที่เหมาะกับเมืองไทยที่มีแต่ฤดูร้อน กับร้อนมากเสียส่วนใหญ่ เหลือฤดูหนาวให้ชื่นชมเพียงปีละไม่นาน

บรรยากาศร้าน และสวนสวย
ด้วยโทนสีและการออกแบบ ทำให้ร้านดูอบอุ่น สบายตา

จุดเด่นที่สุดของร้านคือ เจลาโต้ ขนม และการตกแต่งที่ชวนถ่ายรูปไปเสียทุกมุม และเมื่อไม่นานมานี้ ได้เพิ่มเมนูอาหาร Comfort Food มาตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากแวะจุดเดียวอิ่มทั้งคาว-หวานแบบสบายๆ ไม่ต้องลุกเปลี่ยนร้าน รวมถึงตอบโจทย์ให้กับหนุ่มๆ ที่อาจไม่ใช่สายขนม

อาหาร และเครื่องดื่มหลากหลาย

เจลาโต้ ที่นี่เป็นโฮมเมด เจลาโต้ ที่เจ้าของร้าน เชฟเจน และ เชฟดนย์ บินไปเรียนมาจากต้นตำรับคือ Carpigiani Gelato University เมืองโบโลนญ่า ประเทศอิตาลี โดยตรง ก่อนมาพัฒนาสูตร และเพิ่มเมนูเจลาโต้พิเศษที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น เจลาโต้มะเกี๋ยง เจลาโต้มัลเบอร์รี่กระเจี๊ยบ รวมถึงเมนูยอดนิยมที่พัฒนาสูตรจนลงตัวอย่าง Dark Chocolate และ Hazelnut

สายดาร์ก อย่างเรา เลือก Dark Chocolate Gelato มาทดลอง และบอกได้เลยว่าส่วนตัวเราให้เป็นดาร์กช็อกโกแลต เจลาโต้ ที่อร่อยที่สุด เพราะความเข้มข้นของดาร์กช็อกโกแลตระดับพรีเมียม ไม่หวาน ไม่เลี่ยน แต่หอม ขมนิดๆ ตามสไตล์ดาร์กช็อกโกแลตแท้ ลงตัวสุดๆ (เลือกได้ลูกเดียว เพราะต้องเก็บท้องไว้ลองขนม และอื่นๆ อีกด้วย)

Dark Chocolate Gelato ดีงาม และเจ้มจ้น ถูกใจสายดาร์ก

ส่วนขนมของที่นี่ การันตีรสชาติ และความเป็นต้นตำรับสไตล์ยุโรปแท้ๆ เพราะเชฟทั้ง 2 เป็นเชฟที่จบสถาบัน Le Cordon Bleu จากประเทศอังกฤษ และที่ไทย แถมยังได้ไปฝึกฝีมือในโรงแรมระดับ 5 ดาว และร้านอาหารของเชฟระดับมิชลินกันมาแล้วด้วย โดยขนมที่นี่ จะมีทั้งโฮมเมดเค้กรสต่างๆ อาทิ แครอทเค้ก สตรอเบอรี่มัชฉะโรลเค้ก คาราเมลดาร์กช็อกโกแลต ของหวานอย่าง แกรโนล่าโยเกิร์ต พานาคอตต้า แครมบูเล่ บราวนี่ คุ้กกี้ มากาฮง ไปจนถึงขนมอบสดก่อนเสิร์ฟ อย่างช็อกโกแลตลาวาเค้ก หรือ แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล ที่เสิร์ฟพร้อมเจลาโต้รสนม

แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล และมิลค์เจลาโต้ ทั้งสวย และอร่อย ให้คะแนนเต็ม

ครั้งนี้เราได้ลอง แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล เสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิคสีสดใส่ และเจลาโต้รสนมในถ้วยเล็กๆ ที่นอกจากจะอร่อยลงตัวทั้งความหวาน หอม กรุบกรอบ และอุณหภูมิที่พอเหมาะ เข้ากันมากๆ กับเจลาโต้รสนม (โชคดีที่เราเชื่อเชฟ ไม่เปลี่ยนรสชาติเจลาโต้เป็นรสชาติอื่น เพราะมันอาจจะไม่ลงตัวแบบนี้ก็ได้) ยังลงจานมาได้อย่างสวยงาม (ให้เต็ม 10 ทั้ง Food Presentation และรสชาติ) สำหรับใครที่มาแล้วครัมเบิ้ลหมด ช็อกโกแลตลาวา หรือแครมบูเล่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

ลาเต้ร้อน เสิร์ฟมาบนถาดรองเป็นไม้ปั๊มโลโก้ของทางร้าน น่ารักมาก

สำหรับเครื่องดื่ม เราเลือกลาเต้ร้อน ที่มาพร้อมลาเต้อาร์ตเก๋ๆ รสชาติกาแฟดีและราคาน่าคบหามาก เรายังได้แอบชิมอีกเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่นี่อย่างเกียวโตมัชชะ และส้มยูสุโซดา ที่ได้รสชาติที่สดชื่น ไม่หวานไป เหมาะกับการรีเฟรชชิ่งจริงๆ

เกียวโตมัชฉะ และส้มยูสุโซดา

สำหรับสายคาว เพื่อนร่วมทริปของเราได้ทดลองเมนูใหม่ล่าสุดในกลุ่ม Comfort Food ของจาแดง เดเต้ โดยได้เลือก มันม่วงญี่ปุ่นทอดคู่ดิปและกรีกโยเกิร์ต และน้ำพริกอ่องทูน่าวาฟเฟิล ซึ่งเราได้ชิมแล้วต้องยอมรับว่ารสชาติดี อร่อยเหมือนร้านอาหารฝรั่ง หรือในผับสไตล์บริติช แต่ฟิวชั่นความเป็นไทยลงไปได้แบบลงตัว ที่สำคัญสนนราคาน่ารักสไตล์ไทยๆ และยังไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนอีกด้วย

มันม่วงญี่ปุ่นทอดคู่ดิปและกรีกโยเกิร์ต คือดีมาก หลงเลย!
น้ำพริกอ่องทูน่าวาฟเฟิล ฟิวชั่นมาได้อย่างลงตัวระหว่างความเป็นยุโรป และความเป็นเชียงใหม่

เชฟยังแนะนำครัวซองเนยสดไส้แซลมอนรมควันมาอีกหนึ่งเมนู แล้วก็สมกับที่เชฟแนะนำรสชาติไม่ผิดหวัง ครัวซองอบใหม่หอมมาก กรอบกำลังดี แตงกวาดองก็ได้รสชาติแปลกใหม่ ถ้าใครยังไม่ได้กินข้าวมา แวะที่นี่ที่เดียวจบ ทั้งหวาน คาว และเครื่องดื่ม ถ้าท้องยังเหลือที่เราคงได้ลองอีกหลายเมนูแน่นอน

ครัวซองเนยสดไส้แซลมอนรมควัน เด็ดตรงแตงกวาดองชาเอิร์ลเกรย์ และครีมชีสกระเทียม

อิ่มท้องกันไปกับเมนูที่หลากหลายครบถ้วน บอกได้เลยว่าเป็นอีกร้านที่เป็นทางเลือกสำหรับนักเดินทาง โดยเฉพาะคนที่มาเป็นกลุ่ม ซึ่งอาจจะมีความชอบไม่เหมือนกัน เพราะที่นี่มีอาหารหลากหลาย เครื่องดื่มหลากหลาย และที่สำคัญรสชาติดีมาก แถมยังเหมาะกับการถ่ายรูปกับร้านสวยๆ สวนร่มรื่น ในบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

บรรยากาศภายในร้าน
ถ่ายรูปสวย นั่งสบายแทบทุกมุม
ชอบแสง และสีที่เลือกใช้ภายในร้าน

เชฟเจน ที่เดินมาแวะทักทาย ถามไถ่ถึงรสชาติอาหารและเครื่องดื่มบอกกับเราว่า ทุกอย่างที่ทำที่ร้าน เชฟทำด้วยความรัก และทำแบบที่ทำให้คนในครอบครัวทาน คือให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ดี ใช้น้ำตาลในปริมาณที่น้อย และเลือกวัตถุดิบไขมันต่ำ ไม่ใส่สี ไม่ใส่สารใดๆ เพื่อให้คนที่ได้กินสามารถมีความสุขได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ทำลายสุขภาพ และ Guilt Free ที่ร้านจึงได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ แวะมาชิมเจลาโต้ ขนม และเครื่องดื่มที่นี่อยู่เสมอๆ

จาร์แดง เดเต้ อยู่ในอาณาบริเวณของ VC@Suanpaak Hotel And Apartments และร้านอาหารสวนผักที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวเมือง และนักท่องเที่ยว ทำให้มีที่จอดรถสะดวกสบายมีอาณาบริเวณกว้างขวาง โดยเปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 09.00 – 19.00 น. นับว่าเป็นร้านที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นจุดแวะพักก่อนขึ้นเครื่อง เพราะตั้งอยู่ทางไปสนามบินเชียงใหม่ และใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 3-5 นาทีก็ถึงสนามบินแล้ว เก็บความประทับใจที่เชียงใหม่จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนกลับบ้านได้ที่นี่ … เป็นร้านที่เรากล้าแนะนำได้เต็มปาก และถ้าไปเชียงใหม่อีก เราจะกลับไปลองเมนูที่เหลือ และเจลาโต้รสชาติอื่นๆ อีกอย่างแน่นอน

พื้นยังสวย ถ่ายรูปได้ทุกมุมจริงๆ

jardin.dete.chiangmai

Related Posts