WORLD

พล.อ.เจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ และ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ค้านรัฐประหาร ขอร่วมสร้างความปรองดองในชาติ ชี้ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พล.อ.เจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ ย้ำ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามหยุดยิงแล้ว ไม่เห็นด้วยรัฐประหาร เรียกร้องกองทัพเมียนมา เร่งคืนอำนาจให้ประชาชน หวั่นนานาชาติคว่ำบาตร ย้ำเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ ขอทุกชาติพันธุ์ร่วมสร้างความปรองดองในชาติ ชี้ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้องกันการยึดอำนาจ เชื่อเหตุผลรัฐประหาร มาจากกองทัพ หว่น อองซาน ซูจี ทำสงครามเย็น บั่นทอนอำนาจทหาร
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน R.C.S.S. กล่าวว่าหลังเหตุการณ์ที่กองทัพเมียนมาได้กระทำการรัฐประหาร R.C.S.S. ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืน 3 ข้อ ประการแรกคือ ขอคัดค้านการรัฐประหารเพราะขัดกับจุดยืนและเป้าหมายที่เคยวางไว้ร่วมกัน ในการเป็น สหพันธรัฐประชาธิปไตย ประการที่สอง กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดยืนตามข้อตกลงร่วมกันของ องค์กรชาติพันธุ์ติดอาวุธที่ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA-S EAO) เพราะข้อตกลงนี้ไม่ได้เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราไม่เคยขัดต่อข้อตกลงนี้แต่กองทัพเมียนมาเป็นคนขัดข้อตกลงดังกล่าวด้วยการรัฐประหาร ซึ่งทางกองทัพเมียนมา ระบุว่า จะชะลอและปรับปรุงภายในตัวเอง 1 ปี ดังนั้นเราจะชะลอข้อตกลง NCA นี้ไว้ 1 ปีเช่นกัน ประการที่สามเราจะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของประชาชน การที่เราต่อสู้ก็เพื่อประชาชนไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก กล่าวว่าตนไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเพราะทำให้ประเทศถอยหลัง ประชาธิปไตยในเมียนมาเพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลพลเอกเต็งเส่ง ระยะเวลาราว 10 ปี มีดีบ้างไม่ดีบ้างเป็นธรรมดา สิ่งที่ไม่ดีก็ต้องแก้ไขกันไปด้วยกลไลรัฐสภา และทีมการเมืองที่ NCA ที่ผ่านมาก็สามารถแก้ไขปัญหาผ่านกลไกดังกล่าวได้ แต่การยึดอำนาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ สภาล่ม ไม่มีรัฐบาล พรรคการเมืองก็ไม่สามารถทำอะไรได้
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก เผยว่าตนยังติดตามอยู่ว่าหลังกองทัพยึดอำนาจได้แล้วจะทำอย่างไรต่อ พร้อมทั้งกล่าวว่าการที่กองทัพให้เหตุผลเรื่องการทุจริตเลือกตั้งมายึดอำนาจนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอ ซึ่ง ไม่มีหลักฐานตามคำกล่าวอ้างที่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่มีความยุติธรรมและไม่เป็นกลาง นอกจากนั้นสมาชิกพรรค USDP (พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา) ก็ออกมาประท้วงสนับสนุนกองทัพ เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ เกิดเป็นความวุ่นวายขึ้น มีการขอให้มีการจัดประชุมความมั่นคง พรรค NLD (พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย) และประธานาธิบดีก็ไม่ยอมจัดให้ รวมถึงเรียกร้องให้เลื่อนวันเปิดประชุมสภาออกไปก่อน ออง ซาน ซูจี ก็ประกาศโต้ว่าจะทำตามแผนคือการเปิดประชุมในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 กองทัพจึงเกิดความวุ่นวาย ไม่มีทางเลือก จึงยึดอำนาจ แต่ใช้คำประกาศว่าเป็นการประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 1 ปี เพื่อปรับปรุงภายในให้ดีขึ้นและเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พร้อมตำหนิรัฐบาลว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก มองว่าเป็นข้ออ้างของกองทัพที่อ้างเหตุผลต่างๆ ข้างต้น การยึดอำนาจครั้งนี้จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอ ส่งผลกระทบต่อ การลงนามหยุดยิง NCA กระทบต่อสันติภาพ ต่อการเจริญเติบโตของบ้านเมือง และยังกระทบกระเทือนถึงหัวใจของประชาชนด้วย เพราะประชาชนเพิ่งดีใจที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง หลังจากที่เมียนมาปกครองด้วยทหารมายาวนานกว่า 50-60 ปี การมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำให้ประชาชนคาดหวังถึงการปรับปรุงพัฒนา มีความหวังที่จะยุติความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในเมียนมา แต่ไม่นึกไม่ฝันว่ากองทัพเมียนมาจะกระทำการแบบนี้
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก กล่าวว่าระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ในรัฐบาลพรรค NLD โดยนางอองซาน ซูจี ที่คาดหวังให้ข้อตกลงหยุดยิง (NCA) ก้าวหน้า จนพลเอก มิน อ่อง หล่าย มาทำรัฐประหาร กลับกลายเป็นถอยหลังไปมากกว่าเดิม เพราะปัจจุบันเป็นยุคสมัยดิจิทัล โลกพัฒนาไปไกลแล้ว ประเทศเมียนมามีประชาธิปไตย มีรัฐบาล มีการเจรจาโต้การเมืองเพื่อแสวงหาสันติภาพกันแล้วก็น่าจะพัฒนาให้เท่าทันกับโลก แต่ตอนนี้มันพังทลายลงเพราะการยึดอำนาจ
นอกจากกลุ่ม R.C.S.S. ที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อการรัฐประหารในครั้งนี้แล้ว
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก เผยว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ โดยเฉพาะ คณะทำงานขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ (PPST)ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ เรียกร้องให้ปล่อยตัวคณะรัฐบาลที่ถูกควบคุมตัว เปิดทางเจรจาอย่างสันติวิธี และยืนยันว่ายังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) แต่ต้องรอดูการเกิดขึ้นรัฐบาลจากการเลือกตั้งชุดใหม่
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก ย้ำว่า การพูดคุยทางการเมือง ต้องรอรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลรักษาการณ์ ก็มีแต่กองทัพ เพราะการพูดคุยทางการเมืองต้องคุยร่วมกัน 5 ฝ่าย ทั้ง สภา รัฐบาล กองทัพ กลุ่มชาติพันธุ์ พรรคการเมือง และกลุ่มนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในรัฐบาลนางอองซาน ซูจี ยอมรับว่า การเจรจาทางการเมือง มีปัญหาบ้าง แต่ก็ยังมีโต๊ะเจรจา ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็เป็นธรรมดา และยังดีกว่าไม่ได้คุยกัน
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก ยอมรับว่า เหตุที่กระบวนการสันติภาพเมียนมา ล่าช้า เพราะกองทัพยังยึดรัฐธรรมนูญ ปี 2008 และกล่าวหา รัฐบาล พรรค NLD ว่าไม่ทำตามรัฐธรรมนูญปี 2008 ดังนั้น ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญ 2008 ก็ไม่สามารถจะหาทางออกทางการเมืองในเมียนมาได้
 
“หมดหนทางที่จะเสนอทางออกของปัญหา เพราะถ้ายึดอำนาจแล้ว ปิดประตูการเมือง ไม่มีประโยชน์ ต้องรออย่างเดียว มันเลยปัญหาที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย เป็นสหพันธรัฐ แต่กลับรัฐประหาร การเชื่อใจกันไม่มีแล้ว ซึ่งการรัฐประหารครั้งนี้ เหมือนจัดการภายในกับ NLD ที่ขนาดไม่มีกองกำลัง ยังเจอรัฐประหารแบบนี้ จึงทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ” พล.อ.เจ้ายอดศึก กล่าว
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก ระบุว่า การยึดอำนาจครั้งนี้ เลวร้าย ยิ่งว่าที่ พม่า ฉีกสัญญาปางโหลง ครั้งที่ 1 ซึ่งแม้จะไม่ได้ประกาศยึดอำนาจ เขาประกาศภาวะฉุกเฉินปรับปรุงภายใน 1 ปี แต่เขาไม่ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ยกเลิกพรรคการเมือง ไม่ได้ยกเลิก NCA แสดงให้เห็นว่าเขาเจาะจงจัดการพรรค NLD ซึ่งกองทัพกังวลเกินไป กรณีที่ อองซาน ซูจี ประกาศจะให้เกิดสหพันธรัฐประชาธิปไตย ซึ่งชาติพันธุ์ ก็ต้องการแบบนี้ ถ้าเกิดขึ้นจริงๆ กองทัพจะหวั่นไหว ทำให้กองทัพกังวล กองทัพต้องการรักษาอำนาจไว้ ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไปสู่ สหพันธรัฐประชาธิปไตย
“เขาไม่เชื่อมั่น อองซาน ซูจี เขาเชื่อว่า อองซาน ซูจี จะพยายามทำสงครามเย็นภายใน บั่นทอนกองทัพของเขา”
พล.อ.เจ้ายอดศึก ยอมรับว่า เป็นไปได้ยากที่กลุ่มชาติพันธุ์ จะร่วมมือกับ พรรค NLD เพื่อคานอำนาจกับกองทัพพม่า เพราะที่ผ่านมา NLD ไม่ได้มีความสัมพันธุ์ที่ดีกับกลุ่มชาติพันธุ์เท่าใดนัก แต่สิ่งที่ กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งใจทำในช่วง 1 ปีที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คือ การสร้างความปรองดองในชาติ การสามัคคี ทุกกลุ่มต้องร่วมมือกัน จะเป็นประชาชนหรือกองทัพ
 
“ประชาชนหัวใจแตกสลายแล้ว กลุ่มชาติพันธุ์ของเราถ้าไม่สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาสชน ต้องยึดถือ สหพันธรัฐประชาธิปไตย ต้องให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชาติ
ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน ย้ำว่า สิ่งสำคัญจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2008 ไม่เช่นนั้นก็จะมีการยึดอำนาจขึ้นอีก กองทัพพม่า ต้อง ประกาศให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ​ทำให้ ยึดอำนาจง่าย ให้ตรงกับหลักการสหพันธรัฐประชาธิปไตย”
 
“อยากฝากชาวโลก หรือคนในสหภาพพม่า รัฐฉานทั้งหมด ประการแรกที่ประชาชนต้องการให้ สหภาพพม่าเป็น สหพันธรัฐประชาธิปไตย อยู่ที่ประชาชน ศึกษา มองดู สนับสนุน ประชาชน ทุกคน ถ้าลุกขึ้นสู้ ให้เป็นประชาธิปไตย ให้เป็นสหพันธรัฐ ต้องไม่สนับสนุนเผด็จการ ฝากถึงกองทัพพม่า ที่ยึดอำนาจ สร้างความแตกแยก ความไม่น่าเชื่อถือ ขอให้แก้ไขโดยเร็ว ที่แตกแยกกันภายใน ที่ NLD กับกองทัพขัดแย้งกันให้แก้ไขโดยเร็ว อย่าให้นานาชาติ ต้องคว่ำบาตรกัน ประชาชนจะลำบาก”
 
พล.อ.เจ้ายอดศึก ยังกล่าวถึงการจัดงานวันชาติไทใหญ่ ครบรอบปีที่ 74 ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ไม่ได้มีการจัดงานที่ฐานที่มั่นดอยไตแลง เพราะมีสถานการณ์โควิด-19 จึงขอให้พี่น้องเฉลิมฉลองที่บ้าน เพราะชาติไทใหญ่ อยู่ในหัวใจประชาชนทุกคน เอาหัวใจสามัคคีกัน

Related Posts