HUMANITY

ผู้พลัดถิ่นไทใหญ่ชายแดนเชียงรายกว่า 2 พันเครียดหลังกระสุนปืนใหญ่ลง 2 วันติดต่อกัน วอนไทยเปิดพรมแดนรับชาวบ้านหนีทหารพม่าโจมตี

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน(พรมแดนไทย) ได้รายงานผ่านเฟสบุค Shan State Refugee Committee -Thai Border ว่าผู้พลัดถิ่น 2,500 คนเสี่ยงอย่างยิ่ง ภายหลังกองทัพพม่าทิ้งระเบิดและเสริมกำลังทหารเข้าใกล้กับค่ายผู้พลัดถิ่นดอยก่อวัน บริเวณพรมแดนทางใต้รัฐฉาน-ประเทศไทย 

ผู้พลัดถิ่นกว่า 2,500 คนเสี่ยงอย่างยิ่ง ภายหลังการทิ้งระเบิดและการเสริมกำลังทหารของกองทัพพม่าหลายร้อยนาย ใกล้กับค่ายผู้พลัดถิ่นดอยก่อวันบริเวณพรมแดนทางใต้รัฐฉาน-ประเทศไทย ตรงข้ามจังหวัดเชียงราย

ในวันที่ 18 เมษายน เวลา 17.45 น. มีกระสุนปืนใหญ่ขนาด 120 มม.สองลูก ตกลงบนที่นาห่างจากค่ายดอยก่อวัน ไปด้านเหนือ 2 กิโลเมตร ขณะที่ผู้พลัดถิ่นประมาณ 20 คน รวมทั้งเด็กชายอายุ 12 และ 13 ขวบ กำลังอยู่ระหว่างดูแลเรือกสวนไร่นาและสัตว์เลี้ยง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่มีชายวัย 51 ปีคนหนึ่งที่ได้รับสะเก็ดจากแรงระเบิด ขณะที่ลูกปืนใหญ่ลูกที่ 3 ถูกยิงตอนประมาณ 18.00 น. แต่ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีใครทราบว่าตกลงที่ใด 

ภายหลังเหตุยิงระเบิด ผู้พลัดถิ่นได้ปล่อยวัวและควายออกมา และนำไปเลี้ยงบนเชิงเขาใกล้กับค่ายที่พักพิงหลัก ในคืนวันนั้น ผู้พลัดถิ่นในค่ายทั้งหมด 2,559 คน ต้องจัดเตรียมข้าวของเตรียมพร้อมเพื่ออพยพ ผู้สูงอายุไม่อาจหลับได้เพราะกลัวการโจมตีทั้งคืน 

อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 19 เมษายน เวลา 15.38 น. และ 15.42 น. ลูกปืนใหญ่ขนาด 120 มม. ถูกยิงใส่บริเวณที่นาเดียวกัน ที่ห้วยปางควาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับการยิงระเบิดวันก่อนหน้านั้น เนื่องจากไม่มีใครกล้าอาศัยอยู่บริเวณนั้นแล้ว

ห้วยปางควายนับเป็นแหล่งเกษตรกรรมหลักของผู้พลัดถิ่นที่ดอยก่อวัน เนื่องจากค่ายที่พักพิงของพวกเขาตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งไม่มีพื้นที่เหมาะสมต่อการเกษตร เดือนเมษายนมักเป็นเดือนที่ผู้พลัดถิ่นเตรียมที่ดินเพื่อปลูกข้าว ข้าวโพด และถั่วเหลือง แต่มีผู้พลัดถิ่นเพียงไม่กี่คนที่กล้าลงไปทำนาตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม หลังจากที่กองทัพพม่าแจ้งต่อทางการไทยว่าจะเริ่มโจมตีสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ตามแนวพรมแดนรัฐฉาน-ประเทศไทย ยิ่งมีการยิงปืนใหญ่ลงมาเช่นนี้ ทำให้ไม่มีใครกล้าไปทำนาอีก 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้พลัดถิ่นเกิดความหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีข่าวว่าทหารพม่าหลายร้อยนายเคลื่อนกำลังพลมาถึงยังพื้นที่ เป็นการเสริมกำลังทหาร 7กองพันซึ่งตรึงกำลังอยู่บริเวณรอบค่ายดอยก่อวันอยู่แล้ว รวมทั้งกองพันทหารราบเบาที่ 221, 225, 259, 388, 554, 572 และกองพันทหารราบที่ 314

ค่ายผู้พลัดถิ่นดอยก่อวันยังตั้งอยู่ท่ามกลางกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) ซึ่งได้ยึดพื้นที่เดิมอันเป็นที่อยู่อาศัยของพวกเขาที่เมืองกาน ภาคตะวันออกของเมืองสาด รัฐฉาน ตั้งแต่ปี 2543 และต่อมากองทัพสหรัฐว้ายังบังคับให้ชาวบ้านชาติพันธุ์ว้าหลายพันคนจากตอนเหนือของรัฐฉานอพยพมาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ โดยได้รับอนุญาตจากกองทัพพม่า 

คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน (พรมแดนไทย) กังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยที่ดอยก่อวันและค่ายผู้พลัดถิ่นอีก 4 แห่งตามแนวพรมแดนทางใต้ของรัฐฉาน-ประเทศไทย ผู้พลัดถิ่นเหล่านี้ถูกทหารพม่าบังคับย้ายถิ่นในภาคกลางและภาคใต้ของรัฐฉานอย่างกว้างขวางในปี 2539 – 2541  ประชาชนกว่า 3 แสนกว่าต้องอพยพและหลายคนถูกทรมาน ทารุณกรรมทางเพศ และสังหาร 

คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน (พรมแดนไทย) ขอย้ำคำวิงวอนเร่งด่วนต่อรัฐบาลไทย โปรดอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นข้ามพรมแดนมาฝั่งไทยทันทีที่เริ่มมีการโจมตี และให้ที่อยู่อันปลอดภัยกับพวกเขา ที่พักพิง และการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม  

ทั้งนี้คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน (พรมแดนไทย) SSRC (TB) ประกอบด้วยคณะกรรมการค่ายผู้พลัดถิ่น 5 แห่ง และค่ายผู้ลี้ภัย 1 แห่งทางตอนใต้ของพรมแดนรัฐฉาน-ไทย

Related Posts