HUMANITY

ตรวจเข้มชาวบ้านบางกลอย กลุ่ม SAVEบางกลอยระดมพลบุกทำเนียบ 15 กพ.

นายอภิสิทธิ์ เจริญสุข ชาวบ้านบางกลอย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และชุดพญาเสือของกรมอุทยานฯ ได้ตั้งด่านบริเวณทางขึ้นหมู่บ้านบางกลอยไว้ประมาณ 6 จุด โดยชาวบ้านที่ต้องการผ่านต้องให้ลงชื่อโดยมีการแสดงบัตรประชาชนและเขียนหมายเลขในบัตรประชาชน ขณะเดียวกันยังมีการตั้งด่านจุดสกัดชาวบ้านที่อพยพขึ้น-ลงหมู่บ้านบางกลอยบน โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้ขึ้นไปถ่ายรูปชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปอยู่ข้างบนไว้แล้ว ดั้งนั้นเมื่อมีชาวบ้านผ่านลงมาก็จะเอารูปที่ถ่ายไว้มาเปรียบเทียบกันว่าใช่เป็นคนเดียวกับที่อยู่ข้างบนหรือไม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าหากเป็นคนๆเดียวกันแล้วเจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร

“วันนี้มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าไปทำการสำรวจหมู่บ้านว่าแต่ละบ้านมีชาวบ้านกี่คน แต่ชาวบ้านไม่มั่นใจในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เลยลังเลในการให้ความร่วมมือ เพราะไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของอุทยานฯ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เชื่อว่าการตั้งด่านทั้ง  6 จุด เป็นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อต้องการตัดเส้นทางลำเลียงอาหารให้กับชาวบ้านบางกลอยโดยเฉพาะข้าว เพราะต้องการไม่ให้เรามีสิทธิในการทำกิน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีการให้ข่าวไปว่าทางผู้บริหารจะมีการเจรจากับชาวบ้าน แต่นี่ยังไม่มีการเจรจาใดๆ ก็ปฏิบัติการไปก่อน

“เมื่อเช้าเขายังพยายามให้ข่าวเรื่องการลักลอบยิงสัตว์ป่า โดยพยายามโยงให้ถึงชาวบ้านบางกลอย จริงๆ ควรแยกแยะให้ชัดว่าใครทำผิด หากใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ไม่ใช่พูดแบบเหมารวมเพื่อให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเป็นผู้ร้าย การใช้วิธีการแบบนี้มันแก้ปัญหาไม่ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การที่ชาวบ้านบางกลอยจะเข้าหรือออกหมู่บ้าน ต้องมีหนังสือรับรองจากอุทยานฯ ถ้าใครไม่มีหนังสือก็ไม่ได้ผ่าน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกอึดอัดใจ เพราะไม่เคยมีการตรวจสอบลักษณะนี้มาก่อน ที่สำคัญคือชาวบ้านต่างรู้สึกกังวลและหวาดกลัวในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเช่นนี้ เพราะเราไม่มีอาวุธปืน แต่เจ้าหน้าที่ถืออาวุธปืน จึงเกิดความกลัว

“ชาวบ้านรู้สึกหวั่นไหวมาก เราไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีหน่วยงานใดให้คำแนะนำ แต่ในวันมะรืน (15 ก.พ.) ชาวบ้านบางส่วนจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมสมทบกับพี่น้องกะเหรี่ยงและเครือข่าย เพื่อร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี เราอยากนำเรื่องราวที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กระทำกับพวกเราไปบอกเล่าให้นายกฯและสาธารณะชนได้รับทราบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายพชร คำชำนาญ คณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านบางกลอยในตอนนี้รู้สึกไม่เป็นธรรมมากกับชาวบ้านโดยสะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ทั้งๆ ผ่านการเจรจาในเบื้องต้นร่วมกันมาแล้วโดยคณะทำงานจะร่วมกันหาข้อเท็จจริงร่วมเพื่อกันนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและมีกำหนดการว่าในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เราจะลงพื้นที่รวมกัน แต่การลงพื้นที่ของอุทยานฯ ที่เกิดขึ้นและอ้างว่าต้องการเก็บข้อมูลในวันนี้นั้น ไม่เกี่ยวกับคณะทำงานฯ เพราะเราตกลงกันว่าการลงพื้นที่ต้องให้ภาคประชาชนลงพื้นที่ด้วยกัน

นายพชร กล่าวว่า ในการประชุมครั้งก่อน คณะทำงานได้ข้อตกลงเรื่องกัน 2 เรื่องคือ 1.เรื่องการขนเสบียงให้ชาวบ้านบางกลอยนั้น ที่ประชุมเห็นว่าสามารถขนเสบียงไปให้ชาวบ้านได้ ทำให้ไม่เข้าใจว่าครั้งทำไมถึงมีการตั้งด่านต่างๆไว้เหมือนสกัดกั้น อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องคดีความที่ไม่ให้ดำเนินการกับชาวบ้าน

“ครั้งก่อนที่ลงพื้นที่ พบว่าอุทยานฯ นำใบปลิวไปแจกชาวบ้าน เหมือนข่มขู่ ทำให้รู้สึกว่าไม่เหมือนทีคุยกันไว้เลย ขณะที่บอกว่าเจรจากัน กลับปล่อยให้เจ้าหน้าที่คุกคามชาวบ้าน เราไม่รู้ทำอย่างไร เราพูดไม่ออก วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทางเครือข่าย saveบางกลอยนัดกันเดินทางไปทำเนียบเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี คงต้องนำเรื่องนี้หยิบยกมาพูดกัน” นายพชร กล่าว

วันเดียวกันภาคประชาชนในนามกลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและภาคี #SAVEบางกลอย ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากกรณีพี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เดินทางกลับบางกลอยบน-ใจแผ่นดินตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ภายหลังถูกอพยพโยกย้าย ถูกเผาบ้าน ยุ้งฉาง และตกหล่นจากกระบวนการเยียวยาโดยรัฐมากว่า 25 ปี การกลับไปยังผืนดินบรรพบุรุษเป็นความชอบธรรมของชุมชนที่ต้องการยืนหยัดในการดำรงวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม และเป็นไปเพื่อปากท้อง ความอยู่รอด แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ชาวบ้านถูกข่มขู่ด้วยมาตรการทางกฎหมาย ปิดกั้นการขนส่งเสบียงอาหาร และมีความพยายามในการสื่อสารเพื่อลดความชอบธรรมในการกลับสู่ใจแผ่นดิน รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงครั้งใหม่ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2554 ในยุทธการตะนาวศรี  

ทั้งนี้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะมีการจัดเวทีเสวนาออนไลน์เรื่อง “สิ้นสิทธิ์ในไร่หมุนเวียน ฤาจะสิ้นวิถีกะเหรี่ยง” โดยวิทยากรประกอบด้วย พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง อดีตคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ นายสมศักดิ์ สุขวงศ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า นายประเสริฐ ตระการศุภกร ผู้อำนวยสมาคมปกาเกอะญอเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นายกฤษฎา บุญชัย สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และนายสุวิชาญ พัฒนาไพรวัลย์ นักวิชาการชาวปกาเกอะญอ ดำเนินรายการโดย น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ซึ่งสามารถรับฟังการถ่ายทอดสดได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพจ The Reporters ,นักข่าวพลเมืองและองศาเหนือ ThaiPBS

Related Posts