HUMANITY

ผู้อพยพในศูนย์อพยพอิตูท่า ขอบคุณรัฐบาลไทย เปิดทางส่งสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หวังยังช่วยต่อเพราะยังขาดแคลนอีกมาก

ความคืบหน้าที่ศูนย์อพยพอิตูท่า หลังจากสิ่งของช่วยเหลือจากคนไทยไปถึงเป็นชุดแรก เมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ทำให้ผู้อพยพบางส่วนได้รับและนำไปแจกจ่ายกันแล้ว และได้ส่งข้อความขอบคุณคนไทย และรัฐบาลไทยที่เปิดช่องทาฃช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

หน่อ เปอโพ โหม่ อยู่ที่อิตูท่า บอกว่า ตอนนี้ทางไทยเปิดทางทำให้เราได้รับอาหารแล้วต้องขอบคุณทุกคน สำหรับอนาคตเราก็หวังว่าเราจะได้รับการช่วยเหลืออีก แม้เราต้องหนีภัยแต่เราก็ยังไม่อดตายเราต้องขอขอบคุณที่เปิดทางให้กับเรา

ผู้อพยพที่อิตูท่า บอกด้วยว่า อาหารมาถึงแล้ว เราต้องขอบคุณผู้นำไทยที่เปิดทางให้เรา เราได้รับอาหารแล้วเราอยากกล่าวขอบคุณมากๆ ตอนนี้เราอยู่ตามป่าเราไม่มียาเวชภัณฑ์ อนาคตเราก็หวังว่าเราจะได้รับการช่วยเหลือสำหรับเด็กของเรา ตอนนี้ก็ได้รับอาหารแล้วช่วงที่เรานี้พูดตรงตรงๆ ตอนหนีเรากินข้าวต้ม ข้าวผมเหลืออยู่แค่สองถ้วย เมื่อทางไทยเปิดทางให้เราเช่นนี้เราก็ดีใจมาก การอยู่ค่ายผู้ลี้ภัยแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องเผชิญกับทหารพม่าเค้าเอาเครื่องบินมายิงเราเค้าจะทำกับเรายังไงเราก็ยังไม่รู้ เราก็หวังว่าจะเปิดทางให้กับพวกเราช่วยปกป้องเราและสงสารเราด้วย

นอกจากนี้ พวกเขาขอบคุณทุกคนที่ช่วยสนับสนุนอาหารการกิน วันนี้เราได้มาเบิกอาหาร เราอยากจะขอบคุณทุกคนที่เห็นใจเราช่วยเหลือเรา ขอบคุณผู้นำไทยที่เปิดทางให้กับเราทำให้เราได้รับอาหาร ขออวยพรพวกเขาว่าอนาคตการงานที่เขาต้องดำเนินจะประสบความสำเร็จด้วยดี เรากลับมาที่นี่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้เราก็หวังว่ารัฐบาลไทยแต่ยังคงเปิดเส้นทางให้กับพวกเรา

ผู้อพยพอีกคน ขอบคุณผู้นำไทยที่เปิดทางให้กับเราได้ส่งอาหารขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ส่งอาหารมาให้พวกเรา เราขอขอบคุณผู้นำไทยที่ช่วยเหลือและเปิดทางให้กับเรา เราต้องขอบคุณทีเค้าเปิดทางให้เราทำให้ชาวบ้านเราได้รับอาหาร ถึงแม้ไม่เพียงพอจะเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว เราภูมิใจที่ผู้นำเราทำเพื่อพวกเราด้วย และหวังว่าผู้นำไทยจะยังเปิดโอกาสช่วยเหลือชาวบ้านเรา ดังนั้นเราจึงอยากกล่าวขอบคุณผู้นำไทยเป็นอย่างมาก

สำหรับสถานการณ์การหลบหนีภัยการสู้รบหลังจากทหารพม่าใช้เครื่องบินรบโจมตีฐานที่มั่นกองพล 5 แห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ที่หมู่บ้านเด่ปูโหน่ เมืองมือตรอ รัฐกะเหรี่ยง ตั้งแต่วันที่ 27-28 มีนาคม ทำให้ชาวบ้านอพยพหนีตายมายังชายแดนไทยริมแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งตลอดทั้งวันได้มีการทยอยนำข้าวของบริจาคลงเรือจากท่าเรือบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่กำลังประสบความลำบาก

สำหรับจุดใหญ่ที่มีชาวบ้านมาหลบพักพิงอยู่จำนวนมากคือบริเวณที่แม่น้ำสาละวินไหลผ่านหมู่บ้านแม่นือท่า ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน โดยมีชาวกะเหรี่ยงจากหมู่บ้านเด่ปูโหน่ราว 2 พันคน สร้างเพิงพักหลังคาผ้าใบอยู่ตามริมตลิ่ง

ชาวบ้านรายหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดการสิ่งของบริจาคเล่าว่า บริเวณชายแดนจุดนี้ใกล้หมู่บ้านเด่ปูโหน่มากที่สุด ชาวบ้านจึงอพยพหนีภัยมาที่นี่โดยประมาณการไว้อย่างต่ำ 2 พันคน แต่ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่หลบซ่อนอยู่ในป่าและทยอยเดินทางมาสมทบเพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ในเด่ปูโหน่ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก โดยล่าสุดทีข่าวว่าทหารพม่าจะใช้เครื่องบินบุกโจมตีอีกในวันที่ 7-8 เมษายน

“คืนวันที่เครื่องบินมาทิ้งระเบิด พวกเราหนีกันกระเจิงไปอยู่ในป่า โดยไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย ตอนแรกคิดว่าตอนเช้าจะกลับเข้าไปเอาข้าวของ แต่ทหารพม่าได้โจมตีต่อเนื่องจนถึงวันที่ 28 มีนาคม เราเลยไม่มีโอกาสกลับไป หลบซ่อนกันในป่าจนเดินมาถึงที่นี่” ชาวกะเหรี่ยงรายนี้ กล่าว

เขากล่าวว่า เมื่อ 3 วันก่อนที่ชาวบ้านมาถึง แทบไม่มีอะไรกินและยังเจอฝนตกหนักทำให้ลำบากมาก แต่วันนี้มีข้าวของบริจาคมาถึง ทำให้ชาวบ้านมีข้าวกินโดยได้แบ่งข้าวสารให้ชาวบ้านคนละ 2 แก้วต่อวัน

ขณะเดียวกันที่น่าเป็นห่วงมากคือจุดที่บ้านผาแดง ซึ่งมีชาวบ้าน 52 ครอบครัว 260 คนมาหลบภัยอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน เนื่องจากบริเวณนี้อยู่ห่างไกลจากบ้านแม่สามแลบมากที่สุด โดยต้องนั่งเรือราว 5 ชั่วโมง ทำให้ข้าวของบริจาคยังไปไม่ถึง ชาวบ้านจึงต้องกินข้าวกันอย่างอดมื้อกินมื้อ

ชาวบ้านรายหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีความช่วยเหลือใดๆ มาถึงและยังไม่มีใครเข้ามาเก็บข้อมูล โดยความจำเป็นเร่งด่วนคือข้าวสารและเกลือ รวมถึงยารักษาโรค

“ตอนฝนตกหนักพวกเราไม่รู้ทำอย่างไร ก็ต้องอยู่กันอย่างเปียกๆ ทำให้ตอนนี้เด็กๆที่มีอยู่ 68 คน บางส่วนเริ่มป่วย แต่เราไม่มียา” เขากล่าว

ขณะที่นางหน่อวา แม่เฒ่าชาวกะเหรี่ยง กล่าวว่า ตนออกจากบ้านมาหลบซ่อนอยู่ในป่าตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม เพราะได้รับแจ้งข่าวว่าหมู่บ้านอาจถูกทหารพม่าโจมตีเพราะบริเวณใกล้หมู่บ้านมีฐานที่มั่นของทหารพม่าตั้งอยู่ และทางเคเอ็นยูได้ประกาศให้ทหารพม่าถอนกำลังออกจากฐานดังกล่าว โดยตอนแรกพวกตนหลบซ่อนตามป่าแถวหมู่บ้าน แต่เมื่อทหารพม่าใช้เครื่องบินบุกโจมตีหมู่บ้านเด่ปูโหน่ และต้องบินผ่านหมู่บ้านของตน ดังนั้นจึงค่อยๆ พากันอพยพกันมาอยู่ชายแดนไทย

“ฉันอยากกลับบ้านแต่ก็กลับไม่ได้ เกิดมาต้องหนีตลอด อพยพย้ายบ้านหนีทหารพม่าแล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่แย่ที่สุดต้องอดแทบไม่มีข้าวกิน ชีวิตนี้ต้องเริ่มต้นใหม่ตลอด ถึงวันนี้ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว อยากตายให้มันจบไป” นางหน่อวา กล่าวพร้อมยกมือปาดน้ำตา

Related Posts