HUMANITY

พีมูฟ-ภาคี SAVEบางกลอยประกาศนอนข้างทำเนียบ ทวงถามการแก้ปัญหาชาวบ้านในเครือข่ายรวมกว่า 200 กรณี

วันนี้ (7 มี.ค. 64) เวลา 10.45 น. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และภาคี #SAVEบางกลอย ปักหลักบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามถึงการแก้ไขปัญหาของสมาชิกในเครือข่าย ที่ยังไม่ดำเนินการใดๆ รวมถึงกรณีของหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอยเช่นกัน การเดินทางมาครั้งนี้ สมาชิกในเครือข่ายของพีมูฟ จะเดินทางมาร่วมจำนวน 200 คน ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 และยังไม่มีกำหนดกลับ จนกว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุม คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของกระบวนการประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน

นายไมตรี จงไกลจักร ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เผยว่า จากการลงนามความร่วมมือ (MOUบางกลอย) รองประธานคณะกรรมการพีมูฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าจะแก้ปัญหาและแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหา ของหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย โดยยังไม่ได้เริ่มดำเนินการแก้ปัญหา และกำลังลงพื้นที่ศึกษาหาทางออก ก็เกิดยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรเสียก่อน และมีการจับกุมดำเนินคดีกับชาวบ้านบางกลอยแล้ว

รวมถึงการที่รัฐมนตรีได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดและการสัมภาษณ์กับสรุปผลเองว่าชาวบ้านต้องการที่ดินทำกินถึง 5,400 ไร่ ไม่ใช่ความจริง ก่อนจะเกิดการควบคุมตัวดำเนินคดี ทำให้เป็นเหตุเกิดความไม่เชื่อใจในรัฐบาล เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาประชาชนได้

จากการประชุมของกลุ่มพีมูฟ สรุปร่วมกันว่า ต้องมาทวงถามกับประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาของพีมูฟ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน ว่าปัญหาชาวบ้านที่รัฐมนตรีสั่ง หรือนโยบาย มติคณะกรรมการต่างๆ ที่ลงไปมีการแก้ไขและคืบหน้าอย่างไง รวมถึงในหลายกรณีที่มีข้อสั่งการให้ รมว.เป็นประธานอนุกรรมการจัดประชุมแต่ยังไม่ได้ประชุม หากไม่มีก็จะจัดให้ผู้ว่าราชการประจำจังหวัดประชุม แต่ก็ไม่มีการประชุมเช่นกัน

ซึ่งทำให้รู้สึกว่าไร้ความหวัง อยากจะมาทวงถามว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไร รวมถึงกรณีบางกลอยด้วย โดยจะมาปักหลักข้างคืนข้างทำเนียบฯ กันถึง 200 คน ตามสถานการณ์โควิด-19 ให้รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้เกิดการแก้ปัญหา แล้วถึงจะกลับเพราะที่ผ่านมามีหนังสือเวียนไป แต่ไม่มีใครแก้ปัญหาให้

นายไมตรียังกล่าวว่า บางกลอยคือกรณีหนึ่งใน 200 กรณี ในการเข้าพูดคุยแก้ปัญหา โดยในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. จะมีการเข้าประชุมกับ รอ.ธรรมนัส พรหมาเผ่า เพื่อหารือถึงการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น ในเวลา 13:00 น. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และ ภาคี #SAVEบางกลอย ได้อ่านแถลงการณ์ เรื่อง กรณีบางกลอย กับความไร้น้ำยาในการแก้ไขปัญหาโดยรัฐบาล ความว่า

สืบเนื่องจากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐ นำโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่กระทำต่อชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังชาวบ้านบางกลอยล่าง 36 ครัวเรือน ประมาณ 70 คน ได้อพยพกลับแผ่นดินเกิด ณ บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นปรากฏภาพการพยายามข่มขู่ คุกคามชาวบ้านอย่างหนัก ทั้งความพยายามที่จะผลักดันชาวบ้านกลับลงมาอีกครั้งผ่าน “ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร”

และล่าสุดคือการปฏิบัติการอันป่าเถื่อนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่มีการปฏิบัติการสนธิกำลังกันเข้าจับกุมชาวบ้านตามหมายจับ 30 ราย ในข้อหา “บุกรุก ก่นสร้าง แผ้วถาง ยึดถือครองครอง กระทำการใดๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมแก่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (1) ซึ่งจับกุมได้ 22 ราย ทั้งหมดถูกฝากขังที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จังหวัดเพชรบุรีทันที นอกจากนั้นยังนำชาวบ้านกลับลงมาจากบางกลอยบน-ใจแผ่นดินทั้งหมด รวม 87 ราย​

การปฏิบัติทั้งหมด เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่มีบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกลอย-ใจแผ่นดิน ลงนามโดยฝ่ายการเมืองและข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้แทนจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ภาคี #SAVEบางกลอย และผู้แทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย จ.เพชรบุรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ และการตระบัดสัตย์ของรัฐบาลที่ไม่อาจทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมั่นในนโยบายในการแก้ไขปัญหาใดได้อีก​

นอกจากนั้น นับตั้งแต่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ได้เจรจาแก้ปัญหากับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ซึ่งเป็นเวลากว่า 19 เดือนแห่งความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาภายใต้คณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้ง ซึ่งมีถึง 1 คณะกรรมการ 9 อนุกรรมการ 35 คณะทำงาน มีการประชุมทั้งหมดมากกว่า 50 ครั้ง อย่างไรก็ตามกลับพบว่าสถานการณ์ในหลายพื้นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นยิ่งกว่ารัฐบาลไหน หลายชุมชนต้องเผชิญกับการถูกคุกคาม จับกุม ดำเนินคดี ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครอบครัว นี่แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานบ้านเมืองให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในฐานะ “มนุษย์”​

อีกทั้งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมติดตามความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่องนั้น กลับพบว่า มีความพยายามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาในการคว่ำกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยการโยนให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนนับแสนรายชื่อ ซึ่ง ขปส. เองก็ได้รวบรวมรายชื่อจำนวนมากเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกตีตกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล​

จนถึงวันนี้ หมดเวลาในการประวิงเวลาและหลอกลวงประชาชน พวกเราขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และภาคี #SAVEบางกลอย ขอประกาศว่า พวกเราจะไม่ทนต่อการบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่เห็นหัวประชาชนอีกต่อไป และจะปักหลักชุมนุม ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร จนกว่าจะมีหลักประกันว่าคนจนจะต้องไม่ถูกรังแก รัฐบาลจะแก้ทุกปัญหา ออกจากระบบประชาธิปไตยจอมปลอม

สามัคคีประชาชน สร้างสังคมที่เป็นธรรม ประชาชนคือผู้กำหนดอนาคตตนเองขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรรม (P-Move) และภาคี #SAVEบางกลอย7 มีนาคม 2564 ประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล

Related Posts