FEATURE

เสียงแม่โขง: 50 ปี “ไทดำรำพัน” จาก “วังเวียง” ถึงบางกอก เพลงดัง “เพราะโชคช่วย”

เมืองวังเวียง โอบล้อมด้วยภูผาป่าไม้สลับกับที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำซองไหลหล่อเลี้ยงทุกชีวิตและสรรพสิ่งมีชีวิต วังเวียงเมื่อวันวานไม่สถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อเหมือนวันนี้

วังเวียง สมัยราชอาณาจักรเป็นเมืองทหาร เพราะภูมิประเทศรายล้อมด้วยภูเขา หน่วยข่าวกรองซีไอเอ จึงเลือกวังเวียงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัฐบาลลาวฝ่ายขวา ในการส่งกำลังบำรุงสู่แนวหน้าทุ่งไหหิน มีการสร้างสนามบิน เพื่อรองรับภารกิจทางทหาร โดยมี “กรมราบอากาศวังเวียง” ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบิน

นอกจากธรรมชาติอันงดงาม เมืองวังเวียงยังมากไปด้วยชนเผ่าอย่างเช่น ลาวสูง ลาวเทิง ม้ง ไทลื้อ ไทดำ และไทขาวเรื่องเล่าของเผ่าไทดำ ได้กลายเป็นบทเพลงดังแบบคาดไม่ถึง

คนไทยได้ฟังเพลง “ไทดำรำพัน” และ “ก่อนจาก” จากนักจัดรายการประจำวิทยุไทยโทรทัศน์ (ททท.) แยกคอกวัว เมื่อปี 2511 โดยมีการแนะนำว่า เป็นเพลงลาว ร้องโดย ก.วิเสส ปรากฏว่า เพลงไทดำรำพัน กลับมีกระแสตอบรับสูงมาก มันกลายเป็นเพลง “ดังธรรมชาติ” โฆษกนักจัดรายการวิทยุสถานีอื่นๆ วิ่งถามหาซื้อแผ่นเสียงกันให้วุ่น

ก.วิเสส กับเพลง "ไทดำรำพัน"

หนังสือชื่อ “สืบทาวลาวมะโหลี” เรียบเรียงโดย ปันยา พันทะพานิด เป็นหนังสือเล่มแรกใน สปป.ลาว ที่ได้รวบรวมเรื่องราวของดนตรี และเพลงลาว จากยุคต่อสู้กู้เอกราช จนถึงยุคจินตนาการใหม่

“ปี 1966 (2509) ที่เมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ วงดนตรีราบอากาศวังเวียง ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้น โดยมี พ.อ.แพงเกี้ยว สุวัด เป็นหัวหน้าวง และ ร.ท.สะหนอง อุ่นวง หรือ ”หมีดำ“ เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งวงดนตรีวงนี้ ได้สร้างกระแสเพลงบ้านนา ตีโอบล้อมเข้าเมืองหลวง และสร้างกระแสเพลงบ้านนาให้เป็นที่ยอมรับ..” (เพลงบ้านนาหมายถึงเพลงลูกทุ่ง)

วงดนตรีราบอากาศวังเวียง
วงดนตรีราบอากาศวังเวียง

เบื้องหลังเพลง “ไทดำรำพัน” หรือ “ไตดำลำพัน” มีที่มาจาก ร.ท.สะหนอง ไปเที่ยวบุญปีใหม่หมู่บ้านชาวไทดำ เมืองวังเวียง เมื่อได้ยินชาวไทดำร้องเพลงภาษาถิ่น บอกเล่าถึงการอพยพหนีความทารุณโหดร้ายของทหารฝรั่งเศส จากเมืองเซินลา เวียดนามตอนเหนือ มายังเมืองลาว จึงได้แรงบันดาลใจแต่งเพลง โดยใช้ทำนองพื้นถิ่นไทดำผสมขับทุ้มหลวงพระบาง

ปี 2510 ก.วิเสส นักร้องของวงราบอากาศวังเวียง ได้นำเพลงไทดำรำพัน ไปแข่งขันประกวดวงดนตรี ในโรงภาพยนตร์แสงลาว นครหลวงเวียงจันทน์ ปรากฏว่า วงราบอากาศวังเวียงที่นำเพลงไทดำรำพันเข้าประกวด ได้ลำดับ 14 จากที่วงดนตรีที่เข้าประกวดจำนวน 15 วง

ด้วยการเป็นเพลงทำนองแปลกหู จึงมีแฟนเพลงสนับสนุนให้ ก.วิเสส นำเพลงไทดำรำพัน ไปบันทึกเสียงที่ห้องอัดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว พอมีคนนำแผ่นเสียงจากฝั่งลาวมาฝากนักจัดรายการวิทยุชาวไทย จากเพลงอันดับเกือบบ๊วยในเวทีประกวด ก็กลายเป็นเพลงดังฝั่งไทยแบบไม่น่าเชื่อ

เมื่อคนไทยร้องกันได้ทั้งประเทศ จึงมีเสียงเรียกร้องอยากเห็นหน้า ก.วิเสส คนร้องเพลงไทดำรำพัน ทำให้ พ.อ.แพงเกี้ยว ตัดสินใจ ยกวงดนตรีราบอากาศวังเวียง ข้ามโขงมาเดินสายโชว์วงในเมืองไทยในช่วงปี 2512

ก.วิเสส หรือ “วิเสส ราชปากดี”
ร.ท.สะหนอง อุ่นวง หรือ “หมีดำ”

กล่าวสำหรับ ก.วิเสส หรือ “วิเสส ราชปากดี” เกิดและเติบโตที่บ้านสีไค ใกล้สนามบินวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ วัยหนุ่ม เขาเข้ารับราชการทหาร สังกัดฝ่ายลาวเป็นกลาง ของร้อยเอกกองแล ก่อนที่จะลาออกมาเป็นนักร้องตามห้องอาหาร พลันที่ พ.อ.แพงเกี้ยว คนบ้านเดียวกันตั้งวงราบอากาศวังเวียง ก.วิเสส จึงถูกดึงตัวเข้ามาเป็นนักร้องประจำวงรุ่นแรกๆ

ปี 2513 ชรินทร์ นันทนาคร สร้างหนังเรื่อง “รักเธอเสมอ” จึงติดต่อ ก.วิเสส มาแสดงคู่กับดาราชั้นแนวหน้าของไทย ซึ่ง พ.อ.แพงเกี้ยว ให้ลาราชการทหารมาถ่ายหนังที่เมืองไทย 3 เดือน แต่หลังจากนั้น ก.วิเสส ก็ไม่ยอมกลับเมืองลาว เพราะหลงมนต์มายาไทย เดินสายร้องเพลงไปกับวงลูกทุ่งชื่อดัง และแสดงหนังไทยอีกหลายเรื่อง

2 ธ.ค.2518 แผ่นดินลาวเปลี่ยนระบอบการปกครอง จากราชอาณาจักรลาวเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ก.วิเสส จึงปักหลักอยู่ในเมืองไทย โดยรับงานร้องเพลงตามห้องอาหาร หรือไม่ก็ขึ้นโชว์เพลงบนเวทีดนตรีลูกทุ่ง ด้วยการช่วยเหลือของ กังวานไพร ลูกเพชร

ปี 2523 ก.วิเสส จึงทำเรื่องขอเป็นผู้ลี้ภัยและเดินทางไปใช้ชีวิตในสหรัฐ จนถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกับ ร.ท.สะหนอง อุ่นวง หรือ “หมีดำ” ซึ่งครั้งหนึ่ง หมีดำไปออกรายการทีวีของคนลาวในสหรัฐฯ เขากล่าวว่า เพลงไทดำรำพัน “ดังเพราะโชคช่วย”

ไทดำรำพันหรือไตดำลำพัน เป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรม ยุคสงครามเย็น และยังคงเป็นตำนานเพลงดังสองฝั่งโขง ที่คนไทยช่วงวัย 50-60 ปีขึ้นไป ยังจำได้ไม่ลืม

ชน บทจร

ชน บทจร

The Reporters

Related Posts