COVID-19

สจล. เดินหน้าแผนสู้โควิด-19 ด้วยนวัตกรรมเปิดตัวหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค

สจล. เปิดแผนสู้โควิดระลอกใหม่ เร่งเตรียมผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์เพิ่ม หลังส่งมอบแล้วกว่า 800 ชิ้น เปิดตัวหุ่นยนต์ RAIBO-X ฆ่าเชื้อโรค ด้วยแสง UV ครั้งแรกของคนไทย วางแผนพัฒนาเป็นโรงพยาบาลเพื่อคนไทย

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ตั้งแต่การแพร่ระบาดรอบแรก จนถึงปัจจุบัน สจล. โดยศูนย์รวมนวัตกรรม KMITL GO FIGHT COVID-19 ได้ส่งมอบนวัตกรรมแล้วกว่า 800 ชิ้น ไปยังโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ซึ่งเป็นโรงพยาบาลภายใต้การกำกับของรัฐ โรงพยาบาลที่แต่งตั้งเป็นศูนย์โควิด-19 ศูนย์คัดกรองโควิด-19 หรือมีผู้ป่วยที่เฝ้าระวังและสอบสวนโรค เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ติดชายแดน และมีหนังสือขอความอนุเคราะห์มาจากหน่วยงานหรือกระทรวงสาธารณสุข กว่า 300 แห่ง ใน 66 จังหวัด และอีก 30 ชิ้น ไปยังต่างประเทศ อาทิ มัลดีฟส์ ลาว และเมียนมา เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านสุขอนามัยและใช้ตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงแบบเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ 

“สจล. ตั้งใจที่จะพัฒนานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการโดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19”

พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัว หุ่นยนต์ RAIBO-X ฆ่าเชื้อโรค ด้วยแสง UV ครั้งแรกของคนไทย โดยฝีมืออาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. มีประสิทธิภาพที่จะสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ รวมถึง โคโรนาไวรัส ด้วยแสง UV-C ในรัศมี 1 – 1.5 เมตร และพัฒนาต่อยอดจากหุ่นยนต์ AGV (Automatics Guide Vehicle) ชนิดใช้แผนที่ในการนำทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวางแบบอัตโนมัติ ใช้งานด้วยระบบ AI ทำให้สามารถควบคุมระยะไกลผ่านรีโมทคอนโทรล เพื่อความปลอดภัยของผู้ควบคุม

หุ่นยนต์ RAIBO-X ฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV

ศ.ดร.สุชัชวีร์ อธิบายว่า นวัตกรรมต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคณาอาจารย์ นักศึกษา และทีมวิจัยสจล. ซึ่งได้รับการทดสอบจากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC ตามมาตรฐาน IEC 60601-1 ด้านความปลอดภัย เพื่อนำไปใช้เสริมทีมบุคลากรทางการแพทย์ในการรองรับประชาชน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ก้าวผ่านจุดวิกฤติมาได้ นั่นก็คือความสามารถและความรวดเร็วในการปรับตัวของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ 

 สำหรับนวัตกรรมที่ได้ผลิตและส่งมอบนำไปใช้แล้ว ได้แก่

เครื่องช่วยหายใจแบบฉุกเฉิน  มีแนวคิดการออกแบบให้สามารถใช้งานง่ายและสามารถเคลื่อนย้ายในกรณีฉุกเฉิน ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก พกพาได้ง่าย มีแบตเตอรี่ในตัว เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องใช้เร่งด่วน ในการช่วยเหลือผู้ป่วย หรือกรณีเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ใช้งานได้ทั้งในสถานพยาบาล รถพยาบาล หรือหน่วยงานแพทย์เคลื่อนที่

เครื่องช่วยหายใจแบบฉุกเฉิน

กล่องอบฆ่าเชื้อโรคระบบปิด สามารถนำเครื่องมือทางการแพทย์ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องการปลอดเชื้อ เข้าไปอบในกล่องด้วยระบบรังสีอัลตร้าไวโอเลต โดยเสียบใช้ไฟฟ้าบ้านได้ และตัวเครื่องออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก พกพาสะดวกเครื่องอบฆ่าเชื้อโรคระบบปิด ฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบโอโซน ภายในพื้นที่ 50 ตารางเมตร สามารถตั้งเวลาทำงานได้ ใช้ฆ่าเชื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ที่ต้องการปลอดเชื้อ

เครื่องอบฆ่าเชื้อโรคระบบปิด
กล่องอบฆ่าเชื้อโรคระบบปิด

ระบบคัดกรองบุคคลด้วย AI ใช้หลักการทำงานโดยระบบจะมีสัญญาณ สามารถต่อกับไซเรน หรือระบบติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยระบบจะทำการประมวลผลและแจ้งภายในเวลา 0.5 วินาที แต่หากตรวจจับได้ว่าอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะมีแถบสีแดงแสดงอุณหภูมิจริง เพื่อคัดแยกผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง

ระบบคัดกรองบุคคลด้วย AI

ตู้ตรวจเชื้อ (Swab Test) ความดันบวก (Positive Pressure) ใช้หลักการทำงานโดยแพทย์ประจำอยู่ในตู้เพื่อทำการตรวจเชื้อจากผู้ที่อยู่ภายนอก ซึ่งจะทำให้แพทย์ตรวจเชื้อได้หลายครั้งโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด PPE อีกทั้งยังมีแรงดันบวกที่ทำให้สามารถผลักอากาศด้านนอก ป้องกันเชื้อไวรัสที่ลอยเข้าไปในตัวตู้กระจก เพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ขณะตรวจผู้ที่มีความเสี่ยง

ตู้ตรวจเชื้อ (Swab Test) ความดันบวก (Positive Pressure)

ตู้ตรวจเชื้อ (Swab Test) ความดันลบ (Negative Pressure)  ใช้หลักการทำงานโดยผู้มีความเสี่ยงประจำอยู่ในตู้ ขณะที่แพทย์สอดมือเข้าไปทำหัตถการ Swab โดยภายในห้องใช้ระบบควบคุมความดันลบ พร้อมติดตั้งระบบกรองและฆ่าเชื้อด้วย UV-C และ HEPA ก่อนปล่อยอากาศสู่ภายนอก ป้องกันและควบคุมเชื้อไม่ให้ออกสู่ภายนอกเมื่อเปิดประตู

ตู้ตรวจเชื้อ (Swab Test) ความดันลบ (Negative Pressure)

รถตู้ตรวจเชื้อ (Mobile Swab Test) ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการอำนวยความสะดวกโรงพยาบาล หน่วยงาน หรือจุดคัดกรอง สามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกที่ เพื่อใช้ตรวจเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ  โดยมีการใช้ระบบปรับความดันอากาศภายในให้เป็นบวก เพื่อป้องกันอากาศภายนอกที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคไม่ให้ผ่านเข้าไปในตัวรถ ทำให้แพทย์ที่ประจำอยู่ในรถสามารถทำการตรวจเชื้อจากภายในได้อย่างปลอดภัย และสามารถรองรับการตรวจผู้ป่วยได้จำนวนมาก ถึง 100 คนต่อวัน

รถตู้ตรวจเชื้อ (Mobile Swab Test)

ชุด PAPRs  ถูกออกแบบในการคลุมเฉพาะศีรษะ  มีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ (Blower box) พร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์ตไฟบ้านได้ การออกแบบโดยประยุกต์การใช้งานของหมวก Safety ให้สวมใส่ง่าย สบาย และสามารถปรับให้พอดีกับศีรษะ ภายในหมวกมีความดันเป็นบวกคงที่ขณะสวมใส่ ลดการรั่วไหลของอากาศ Face Shield ใช้วัสดุการสะท้อนแสงทำให้มีวิสัยทัศน์ชัดเจน มีระบบการกรอง Filtration system สามารถใช้หัวกรองออกซิเจนและถอดประกอบได้ตามการใช้งานจริง และที่สำคัญสามาถใช้ได้หลายครั้ง เนื่องจากสามารถซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ชุด PAPRs

“สจล. พบว่าหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ยังมีความต้องการนวัตกรรมในจำนวนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ซึ่งขณะนี้ทางสจล. มีนวัตกรรมที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงวิกฤต และมีแผนจะผลิตเครื่องช่วยหายใจ ตู้ตรวจเชื้อ ความดันบวก/ลบ และชุด PAPRs เพิ่ม”

“ในอนาคตอันใกล้จะพัฒนาเป็น โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMC hospital) เพื่อตอบโจทย์ปัญหาด้านสุขภาพและโรคระบาดของประชาชน สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้านวัตกรรมจากต่างประเทศ ในฐานะหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในการคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรมที่สามารถใช้ได้จริง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติในมิติต่างๆ  รวมถึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเยาวชนไทย ให้มีความรู้ความสามารถเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศต่อไป” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ผู้สนใจร่วมสมทบทุนการผลิตเพื่อแจกจ่ายแก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ สามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 693-031-750-0 สาขา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ชื่อบัญชี สจล. นวัตกรรมสู้ COVID-19 หรือติดต่อขอรับนวัตกรรมได้ที่ สำนักงานบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม (KRIS) หรือโทร. 084-068-7731

อธิการบดี สจล. ขอเรียกร้องให้ประชาชนสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทย เพื่อที่จะไม่ต้องไปพึ่งพาต่างประเทศ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยรอด”

Related Posts