COVID-19

CEO เอไอเอส ควง ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่บางคล้า ส่งต่อความห่วงใย เยี่ยมชมและให้กำลังใจ อสม. เฝ้าระวังความเสี่ยงโควิด-19 ระบาด รอบ 2

วานนี้ (27 พฤษภาคม 2563) เอไอเอส นำโดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายระพี ผ่องบุพกิจ  เยี่ยมชมฐานปฏิบัติการเพื่อสุขภาพคนไทย ส่งมอบกำลังใจและเทคโนโลยีดิจิทัลให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักรบเสื้อเทา ยุคดิจิทัล ในการเป็นด่านหน้าเฝ้าระวัง และติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 อย่างใกล้ชิด มอบความอุ่นใจให้ประชาชน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศ ที่ได้ประกาศเดินหน้านำนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมด้วยขีดความสามารถของเครือข่าย 5G เข้าเสริมประสิทธิภาพงานด้านสาธารณสุขไทย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ภายใต้โครงการ “เอไอเอส 5G สู้ภัยโควิด-19” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม และมีส่วนช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดุด ทั้งการติดตั้งเครือข่าย 5G ในโรงพยาบาลที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 ทั่วประเทศ, ตั้งศูนย์ AIS Robotic Lab by AIS NEXT เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมการแพทย์, การพัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOT FOR CARE เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ รวมถึงการติดปีกดิจิทัลให้กับ อสม. นักรบเสื้อเทา นำเทคโนโลยี ซิมแพ็กเกจพิเศษ และประกันโควิด-19 เสริมประสิทธิภาพและสร้างความอุ่นใจในการปฏิบัติงาน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส

เพราะแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นในแดนบวก แต่ทว่ามาตรการคลายล็อกดาวน์  อาจเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมด้านบุคลากรทั้งทีมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ให้พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีทีมด่านหน้า ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ อย่าง อสม. เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง

โดยในวงการสาธารณสุขไทยกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุม จำกัดกรอบการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากทีมแพทย์และพยาบาล ยังมีอาสาสมัครสาธารณประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นเสมือนด่านหน้าคอยเฝ้าระวัง ติดตาม ดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงติดโควิด-19 วันนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ เอไอเอส ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดใต้ เพื่อให้กำลังใจและเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสาธารณสุขไทย

แอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์

อสม. เสม็ดใต้ นับได้ว่าเป็น อสม. อีกหนึ่งกลุ่ม ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจ ออกปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อทำให้สุขภาพของคนในชุมชนเสม็ดใต้ที่มีอยู่กว่า 1 พันครัวเรือน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปลอดภัยจากการโควิด-19 ด้วยความตั้งใจในการปฏิบัติงานอย่างแรงกล้า ประกอบกับเทคโนโลยีดิจิทัล แอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ทำให้ อสม. และ รพ.สต. เสม็ดใต้ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิด ไร้รอยต่อ และรวดเร็วทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในรอบวัน

นายสมชัย กล่าวต่อว่า “ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส เราได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ อสม. ทุกพื้นที่ เพื่อจะทำให้การทำงานอาสาสมัครมีความสะดวก สบาย รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์เสมอ จึงเกิดเป็นแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ขึ้น ที่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากรูปแบบกระดาษมาเป็นออนไลน์ 100% ทั้งการสนทนา การส่งรายงานประจำเดือน ก็สามารถทำผ่านแอปฯ ได้ทันที  รวมถึงในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ เราก็มีอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมา อาทิ รายงานลูกน้ำยุงลาย และ คัดกรองและติดตาม COVID-19 นอกจากนี้เรายังได้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ อสม. ด้วยมอบซิมพิเศษ “ซิมฮีโร่” และประกันภัยโควิด-19 เพื่อให้พี่ๆ อสม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น”

นางฉวีวรรณ พุ่มพวง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เสม็ดใต้

ด้าน นางฉวีวรรณ  พุ่มพวง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เสม็ดใต้ กล่าวว่า “แก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ประชาชน เป็นพันธกิจหลักที่ อสม. ทุกคนยึดถือและปฏิบัติตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ปฏิบัติงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ตรวจสารพิษ เช็กแหล่งน้ำขังแต่ละครัวเรือน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคไข้เลือดออก ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากชาวบ้านในชุมชน โดย ล่าสุดกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ อสม. เสม็ดใต้ เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ประกอบกับจำนวนครัวเรือนในชุมชนที่มีมากกว่า 1 พันครัวเรือน แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุม รวมไปถึงการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นตรวจสอบประชาชนที่เดินทางเข้าพื้นที่แบบ 100% โดยยึดหลักจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพและแสดงใบรับรองแพทย์ พร้อมทั้งมีการติดตามบ้านเรือนที่ต้อนรับประชาชนต่างถิ่นอย่างใกล้ชิด ทำให้ที่ผ่านมามียอดติดเชื้อสะสมเพียง 21 ราย ถือเป็นผลงานของชาวฉะเชิงเทราทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19 กันอย่างเต็มที่   

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และมาตรการเปิดเมืองที่ทยอยดำเนินการ อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดรอบ 2 ดังนั้นพวกเราจึงขอยืนยันว่า จะเป็นเครือข่ายเชิงรุกที่แข็งแรง เพื่อให้พื้นที่นี้ปลอดการระบาดจากโควิด-19 ได้แบบ 100% อย่างแท้จริงตลอดไป”

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

ในขณะที่  นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเสริมว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทราที่ดูแลและเฝ้าระวังโรคโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง กองกำลังสำคัญที่ทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราสามารถควบคุม และยับยั้งไม่ให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ก็คือเหล่า อสม. ที่ประจำอยู่แต่ละหมู่บ้าน ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ในการตรวจตรา เฝ้าระวัง ให้คำแนะนำผู้ที่มาจากต่างประเทศหรือต่างถิ่น พร้อมทั้งกับทำรายงานสรุปทั้งหมดเข้าสู่ส่วนกลาง ทำให้ทางจังหวัดสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในระดับชุมชนได้อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

ในสถานการณ์ปกติ อสม. ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาวะอนามัยของคนในชุมชน คอยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูแลให้คำปรึกษา รวมไปถึงทำหน้าเป็นตัวกลางระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานของภาครัฐ การที่เอไอเอสได้เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของ อสม. ผ่านการพัฒนาแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และช่วยยกระดับงานสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เพราะการที่เรามีบุคลากรที่ขยันขันแข็ง ประกอบเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัย จะช่วยทำให้การปฏิบัติราบรื่นมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ดูแล ฟื้นฟูรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างดีเยี่ยม และขอบคุณเอไอเอส ที่สนับสนุนนวัตกรรมด้านสาธารณสุขที่ทำให้การทำงานสะดวก สบายมากยิ่งขึ้น”

ในโอกาสนี้ เอไอเอส ยังได้สนับสนุนห้องผู้ป่วยความดันลบ (Negative Pressure Room) เป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษ ที่ติดตั้งในห้องพักผู้ป่วยแยกโรคที่มีการติดเชื้อแบบ Airborne เช่น โควิด-19  วัณโรค ซาร์ส อีโบล่า ไข้หวัดใหญ่ และหัดเยอรมัน เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลพุทธโสธรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

เอไอเอสสนับสนุนห้องผู้ป่วยความดันลบ (Negative Pressure Room) และอุปกรณ์เสริมพิเศษ ให้โรงพยาบาลพุทธโสธร

Related Posts