COVID-19

กทม. แจงอยู่ในรถมากกว่า 1 คนต้องใส่หน้ากาก เด็กต่ำกว่า 2 ขวบอนุโลมได้ แต่ต้องเลี่ยงสถานที่แออัด

จากประกาศกรุงเทพมหานครฉบับที่ 25 ลงวันที่ 25 เมษายน 2564 เรื่องให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก ทำให้เกิดข้อสงสัยในรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น กรณีที่อยู่บนรถจำเป็นต้องสวมหน้ากากหรือไม่ และกรณีเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย อยู่ในข้อยกเว้นหรือไม่ ล่าสุด กรุงเทพมหานครได้ออกมาให้รายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวแล้ว

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เจตนาในการประกาศคือการป้องกันการติดต่อของโรคจากบุคคลไปสู่บุคคล การอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในอาคารหรือที่ต่าง ๆ จะต้องสวมหน้ากาก สำหรับในที่สาธารณะต้องใส่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่คนเดียวหรือไม่ เพราะบุคคลอื่นอาจมาใช้สถานที่นั้นต่อ และได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมในกรณีต่างๆ ที่เป็นข้อสงสัยดังนี้

กรณีที่อยู่ในรถ

เมื่อมีบุคคลอื่นร่วมอยู่ในรถด้วยจึงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ไม่ยกเว้นแม้เป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และกรณีนั่งคนเดียวจึงอนุโลมได้ว่าไม่ต้องใส่หน้ากาก

กรณีของผู้ประกาศข่าว หรือการจัดรายการในสตูดิโอ

เนื่องจากสตูดิโอถือว่าเป็นสถานที่นอกเคหะสถานและสถานที่พำนัก ตามประกาศดังกล่าว อีกทั้งเป็นสถานที่มีผู้ปฏิบัติงานรวมกันมากกว่า 1 คน มีลักษณะเป็นห้องปิด ซึ่งจะมีผู้เข้ามาใช้งานต่อเนื่อง การทำงานของผู้ประกาศขณะอ่านข่าวหรือจัดรายการจึงอยูในเกณฑ์ที่ต้องสวมหน้ากากตามที่กำหนดในประกาศ อีกทั้งผู้ประกาศข่าวเป็นบุคคลสาธารณะที่จะมีภาพปรากฏต่อสาธารณชนทั่วไปจึงควรเป็นภาพที่สวมใส่หน้ากากเพื่อแบบอย่างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงและต้องการร่วมมือจากประชาชนในการดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นในขณะนี้ด้วย

กรณีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ

เนื่องจากทางการแพทย์ไม่แนะนำให้สวมหน้ากาก เพราะเด็กยังไม่รู้วิธีที่จะถอดหน้ากากออกและอาจขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตได้ จึงเข้าข่ายอนุโลมไม่ต้องสวมหน้ากาก แต่ให้หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่แออัด หรือพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

ทั้งนี้ กรณีที่มีการส่งต่อกันว่ามีการจับกุมผู้ขับขี่ที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกรณีการเปรียบเทียบปรับผู้ไม่ใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ (ตลาด) ที่ในจังหวัดอยุธยา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2564 ไม่ใช่กรณีของกรุงเทพมหานคร และไม่ได้ถูกจับ-ปรับกรณีในรถยนต์ส่วนตัว

Related Posts