COVID-19

สหรัฐฯ มอบเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ PPE มูลค่ากว่า 410,000 เหรียญสหรัฐ แก่กระทรวงสาธารณสุขของไทย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) ภายใต้สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์และอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้แก่ประเทศไทยในพิธีส่งมอบที่จัดขึ้น ณ กระทรวงสาธารณสุข

นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายแพทย์เจมส์ เฮฟเฟลฟิงเกอร์ ผู้อำนวยการ CDC ประจำประเทศไทย ร่วมกับนายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฉลิมฉลองอีกหนึ่งวาระสำคัญในประวัติศาสตร์ความร่วมมือด้านสาธารณสุขอันแข็งแกร่งระหว่างสหรัฐฯ และไทย

ในปี 2563 CDC ประจำประเทศไทย ได้เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีในการทำงานร่วมกับไทยเพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในประเทศไทย สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก การดำเนินงานของ CDC เพื่อสนับสนุนการสร้างเสริมศักยภาพด้านสาธารณสุขของไทยให้สามารถจัดการรับมือกับภัยคุกคามจากโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภ าพถือเป็นเสาหลักของความเป็นพันธมิตรด้านสาธารณสุขระหว่างสหรัฐฯ และไทย ในช่วงเวลาที่ผ่านมา CDC ประจำประเทศไทย มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของไทยในการรับมือและตอบโต้การระบาดทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (ซาร์ส), ไข้หวัดนก H5N1, โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) และการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 โดยให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการและการสนับสนุนทางการเงิน

เครื่องช่วยหายใจ

จากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด -19 ระลอกที่สอง อีกทั้งไทยยังมีความต้องการวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว CDC ประจำประเทศไทยจึงได้ดำเนินการจัดหางบประมาณให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจจำนวน 12 เครื่อง คิดเป็นมูลค่า 250,000 เหรียญสหรัฐ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) มูลค่าอีกกว่า 160,000 เหรียญสหรัฐ อุปทูตฮีธได้กล่าวว่า “อุปกรณ์เหล่านี้จะส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ และถึงมือบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้งานอย่างเร่งด่วนที่สุด”

อุปทูตฮีธยังกล่าวเสริมอีกว่า “เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่มีความสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ช่วยชีวิตของผู้คนหลายล้านคน เนื่องจากงานศึกษาวิจัยอันล้ำสมัยเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ เช่น โรคมาลาเรียและโรคซาร์ส นี่เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงถึงพันธมิตรที่ประสบผลสำเร็จระหว่างประเทศของเราทั้งสอง”

Related Posts