COVID-19

คกก.พิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีด วัคซีนแล้ว 348 ราย พบเกี่ยวกับวัคซีน 71 รายรักษาหายทุกราย

กระทรวงสาธารณสุขเผยหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 กว่า 14 ล้านโดส พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ 1,592 รายผ่านการพิจารณาจากคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแล้ว 482 ราย พบเกี่ยวกับวัคซีนเพียง 71 ราย ทุกรายรักษาหาย พร้อมแจงผลการชันสูตรการเสียชีวิตครูวัย 39 ปีหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เบื้องต้นพบสมองบวมจากก้อนในสมองและทำให้เลื่อนไปกดทับก้านสมอง

วันนี้ (23 ก.ค. 64) นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการรับวัคซีนโควิด-19 ว่าจากข้อมูลการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน 14,298,596 โดส พบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ 1,592 เหตุการณ์ ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้พิจารณาแล้ว 482 ราย พบเกี่ยวกับวัคซีน 71 ราย เช่น มีอาการแพ้ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียนและเป็นปฏิกิริยาที่เกี่ยวกับการฉีดแต่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย 240 ราย อีก 158 ราย เป็นเหตุการณ์ร่วมที่ไม่เกี่ยวกับวัคซีน (โดยรักษาหาย 36 ราย และเสียชีวิต122 ราย) ไม่สามารถสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนมี 13 ราย และที่เหลือ 1,110 รายอยู่ระหว่างติดตามข้อมูล

นอกจากนี้ ได้เก็บข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงรายเพื่ออธิบายการวัดประสิทธิผลของวัคซีน ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนและไม่ฉีดวัคซีน พบว่า กลุ่มที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มนานกว่า 14 วันขึ้นไป จำนวน 336 ราย พบติดเชื้อ 24 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.1 ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน จำนวน 27 ราย พบการติดเชื้อ 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 40.7 ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบถึง 5.7 เท่า และพบว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 82.5 นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มที่ฉีดวัคซีนมีอาการปอดอักเสบ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.2 ส่วนกลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีนพบปอดอักเสบ 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.4 สูงกว่ากลุ่มที่ฉีดวัคซีน 6.2 เท่า ทั้งนี้วัคซีนซิโนแวคสามารถกันปอดอักเสบได้ถึงร้อยละ 83.9

สำหรับกรณีครูโรงเรียนเอกชนอายุ 39 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเป็นเข็มที่ 2 และเสียชีวิตหลังฉีด 1 วัน ผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้นพบสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากสมองบวมจากก้อนในสมอง ไปกดทับก้านสมองโดยคณะผู้เชี่ยวชาญจะนำรายละเอียดไปประกอบกับหลักฐานอื่นๆ เพื่อพิจารณาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนหรือไม่ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้

ทั้งนี้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 22 กรกฎาคม 2564 ฉีดวัคซีนโควิด-19 รวม15,388,939 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 11,805,180 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 3,583,759 ราย เป็นซิโนแวค7,933,854 โดส แอสตร้าเซนกา 6,856,472 โดส และชิโนฟาร์ม 598,613 โดส

Related Posts

Send this to a friend