COVID-19

สธ.ร่วม สตม.ใช้แนวทาง Bubble & Seal คุมติดเชื้อและการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานกักกัน ตม.บางเขน

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประชุมร่วม สตม.วางแผนการควบคุมโรคโควิด-19 ในสถานกักกัน ตม.บางเขน ใช้แผนควบคุมเฉพาะ เตรียม รพ.สนามดูแลผู้ติดเชื้อ คาดใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ ผู้มีภูมิคุ้มกันหรือตรวจไม่พบเชื้อจะให้ออกและผลักดันกลับประเทศ

วันนี้ (23 มี.ค. 64) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสวนพลู กรุงเทพมหานคร นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ประชุมหารือถึงแนวทางการควบคุมโรคโควิด-19 ภายในสถานกักกันตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบางเขน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับ สตม.ทั่วประเทศ โดยมีนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค เข้าร่วมประชุม

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากรายงานสถานกักกันตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบางเขน ได้ตรวจหาเชื้อในผู้ต้องกักและเจ้าหน้าที่แล้ว 1,615 ราย พบการติดเชื้อรวม 393 ราย แบ่งเป็นชาย 370 ราย และหญิง 23 ราย โดยมีตำรวจ 1 นาย ติดเชื้อไม่มีอาการ เข้าสู่การรักษาตามระบบแล้ว สำหรับการควบคุมโรคจะใช้แผนควบคุมเฉพาะ โดยเน้นจำกัดการเคลื่อนย้ายและกักผู้ติดเชื้อไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่นหรือพื้นที่อื่นๆ จนกว่าจะพ้นระยะเวลาการแพร่เชื้อ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นสถานที่กักตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่แล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ และกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมโรงพยาบาลสนามที่สโมสรตำรวจประมาณ 300 เตียงซึ่งได้มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับการดูแลผู้ติดเชื้อ พร้อมมีระบบการจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจผลัดเวรดูแล 14 วัน ครบกำหนดแล้วกักตัวในที่พักต่อ 14 วัน เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน รวมถึงมีการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลผู้ต้องกักด้วย

“การดำเนินงานควบคุมโรคคาดว่าใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ก็จะปลอดภัย โดยจะมีการตรวจภูมิคุ้มกันและตรวจหาเชื้อเป็นระยะ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแล้วหรือไม่มีการติดเชื้อก็จะให้ออกจากสถานกักกันและผลักดันกลับประเทศต่อไป” นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าว

Related Posts