COVID-19

รมว.ยุติธรรม คิกออฟ ฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขัง นำร่องเรือนจำพิเศษมีนบุรี เชื่อใช้เวลาไม่นานฉีดครบทุกเรือนจำ

วันนี้ (22 พ.ค. 64) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษมีนบุรี ซึ่งเป็นการนำร่องแห่งแรกของประเทศไทย โดยมี พ.อ.ปริวรรตน์ วิมลปรีชาพงศ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี ให้การต้อนรับและนำตรวจ

นายสมศักดิ์ และคณะได้เดินตรวจเยี่ยมและพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขัง โดยกล่าวว่า ที่เรือนจำแห่งนี้เป็นที่แรกในประเทศที่ได้ฉีดวัคซีน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญ ซึ่งตนต้องขอขอบคุณท่าน ซึ่งแม้ว่าเราจะฉีดวัคซีนแล้วแต่ก็ยังต้องระวัง และต้องใช้มาตรการป้องกันของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเช่นเดิม

นอกจากนี้ตนต้องขอขอบคุณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จัดสรรวัคซีนมาให้ โดยวันนี้เรามีทีมแพทย์จากโรคพยาบาลราชทัณฑ์ นำโดย นายวัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข รักษาการผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และต้องขอบคุณการสนับสนุนอุปกรณ์ จาก โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ที่นำรถการแพทย์มาช่วยดูแลสังเกตุอาการข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีน

จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้แถลงว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เราเริ่มฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขัง ซึ่งที่เราเลือกที่นี่เป็นแห่งแรกเพราะผู้ต้องขัง 3,826 คน ไม่มีผู้ติดเชื้อ โดยเรามีพยาบาล 12 คน ดำเนินการฉีด ซึ่งพยาบาล 1 คน จะฉีดได้ 250 คน โดยการฉีดวัคซีนซิโนแวค สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้สูง และใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์จะสามารถฉีดเข็มที่ 2 ได้ โดยจากการฉีดมาแล้วตั้งแต่เช้าเรายังไม่พบว่ามีผู้ต้องขังที่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งเรือนจำต่อไปที่จะได้รับการฉีดวัคซีนคือ เรือนจำกลางสมุทรปราการ และจะทยอยฉีดให้กับเรือนจำที่ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือมีน้อยต่อไปจนครบทุกเรือนจำ โดยเรือนจำที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากคงต้องรอให้รักษาให้หายก่อน ซึ่งการดำเนินการฉีดทั้งหมดจะใช้เวลาไม่นาน

“ผมขอให้ผู้บัญชาการเรือนจำทุกเรือนจำปฏิบัติตามมาตรฐาน Standard Operating Procedure (SOPs) หากปฏิบัติตามจะช่วยให้เรือนจำไม่มีผู้ติดเชื้อหรือติดเชื้อน้อย และหากผู้บริหารเข้าใจมาตรการ SOPs ผลงานก็จะออกมาดี แต่หากใครยังไม่เข้าใจอาจจะต้องมีการพิจารณาปรับย้ายกันบ้าง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด โดยในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล หากเราระดมฉีดวัคซีน ภายใน 1 เดือนน่าจะเสร็จ ซึ่งหากเราคำนวณค่าใช้จ่ายการฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขัง 300,000 คน จะน้อยมากหากเทียบกับการใช้ยารักษาคนติดเชื้อโควิด” นายสมศักดิ์ กล่าว

Related Posts