COVID-19

นายกฯ กางแผนปูพรมฉีดวัคซีน 3 ระบบ ตั้งเป้าคนกรุง ฉีดวัคซีนร้อยละ 70 มิถุนายน นี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีน โดยได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติและมีแผนการกระจายวัคซีนใน 3 ช่องทางคือ

1. ระบบหมอพร้อม มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 7 ล้าน สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และจะเปิดให้กลุ่มผู้อายุต่ำกว่า 60 ปีลงทะเบียนได้ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ โดยผู้ลงทะเบียนสามารถจองคิวฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลที่เลือก และวันเวลาที่เลือกเอง แล้วรับรองได้ว่า จะได้รับการฉีดวัคซีนตามวันเวลาดังกล่าวได้แน่นอน

2. ลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน และต้องย้ำว่าในกรณีที่มีวัคซีนเพียงพอ บางทีอาจจะมีปริมาณไปมากกว่าที่มีวัคซีนจะต้องมีการ พิจารณาจัดเตรียมช่องทางนี้ให้มีความพร้อม มากที่สุดในการจัดสรรหากไม่พอก็ต้องนัดไปวันใหม่ไม่อยากให้ทุกคนผิดหวัง

3. การกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ คือการจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะเป็นประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความจำเป็นพิเศษหรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชนเช่นบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้า อสม. ตำรวจ ทหาร และกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตและเศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าไปได้โดยไม่สะดุด

โดยกลุ่มบุคคลใด หรือสมาคมมีเหตุผลและความจำเป็นเร่งด่วนสามารถยื่นเรื่องให้กับกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเพื่อจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ติดต่อไป ซึ่งมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมให้กับประชาชนในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือน คือ เดือน มิ.ย และ ก.ค ซึ่งนอกจากโรงพยาบาลและจุดฉีดหลักแล้วมีจุดฉีดวัคซีนเสริมอย่างน้อย 25 จุดกระจายทั่วกรุงเทพฯรวมถึงสถานีกลางบางซื่อ

ยอมรับที่ผ่านมาการวางระบบจัดสรรวัคซีนอาจมีปัญหาติดขัดอยู่บ้าง หรือเกิดไม่ชัดเจนความไม่เข้าใจจากการให้ความสนใจและลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก และการวางแผนให้เกิดประสิทธิภาพตรงกับเป้าหมายของประเทศมากที่สุด ตอนนี้ติดตามเร่งรัดให้มีการปรับปรุงโดยเร็ว ต้องขออภัยหากเกิดความไม่สะดวกอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ขอยืนยันว่าทุกคนในประเทศไทยจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน และจะเริ่มให้บริการประชาชนพร้อมกันภายในเดือน มิ.ย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ที่ประชุม ครม.ในการชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนรับทราบเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล และศบค. ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินไปต่อได้ โดยใครมีเจตนาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของรัฐให้มีความเข้มงวดในการตรวจสอบดูแลข่าวปลอมจากหน่วยงานของตนตลอดเวลา ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในทันทีและหากเป็นการกระทำผิดกฎหมายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อดำเนินการรวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อทุกคน ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษมากยิ่งขึ้นและขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้เป็นหูเป็นตาแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ

สำหรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดและมาตรการผ่อนคลายที่วันนี้มีผลบังคับใช้แล้ว เช่นการอนุญาตให้พื้นที่สีแดงเข้ม สามารถนั่งทานอาหารได้ในร้าน โดยจำกัดจำนวนคนซึ่งเป็นความพยายามของรัฐบาลช่วยเหลือประชาชน

ส่วนการคุมเข้มแนวชายแดนตนได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม กองทัพไทย ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศตามแนวชายแดนให้มีความเข้มงวดสูงสุด หากพบว่าทางนี้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดแสวงหาผลประโยชน์จากความเสี่ยงของประเทศชาติจะต้องลงโทษให้หนักที่สุดโดยไม่มีการยกเว้น

โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ในวันนี้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ นโยบายของตนก็คือเราจะต้องเดินหน้าปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้โดยเร็วและเข้าถึงประชาชนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่ได้รับความคิดเห็นจากประชาชนจำนวนมาก ต้นได้ตัดสินใจว่าจะไม่รอให้คกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งฉีดวัคซีนจนครบก่อน จึงเปิดให้คนกลุ่มอื่นได้รับวัคซีนโดยจะปรับแผนการเดินหน้าประเทศไทยเปิดโอกาสให้ทุกคนทุกกลุ่มที่มีความพร้อมในการฉีดวัคซีนไม่ว่าจะเป็นวัยใด 60 ขึ้นไป หรือต่ำกว่า 60 ใครเข้าถึงวัคซีนแต่มากน้อยก็ขึ้นกับปริมาณวัคซีนที่มีอยู่

โดยเฉพาะวัยทำงาน ปกป้องคนทำมาหากินคนที่เป็นกำลังหลัก ในการหาเลี้ยงคนในบ้าน ออกไปทำงานทำมาหาเลี้ยงชีพ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เราจะเอาชนะโควิด ไปได้อย่างไร คำตอบก็คือ เราจะเอาชนะโควิดไปได้ก็ด้วยการเดินหน้าไปพร้อมๆ กันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ช่วยกันทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุดดูแลซึ่งกันและกันให้ดีที่สุดเพื่อจะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไปต่อได้ เราจะสู้ไปด้วยกันประเทศไทยจะต้องดีขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจความรักความ สามัคคีของคนในชาติ เพราะเราทุกคนคือทีมประเทศไทย

Related Posts

Send this to a friend