COVID-19

2 แพทย์ ชี้ โควิดรอบนี้หนักแน่ คาด ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสูงกว่ารอบที่ผ่านมา

วันนี้ (14 ก.ค. 65) นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และประธานชมรมเชื้อราทางการแพทย์ประเทศไทย ระบุถึงการระบาดของโควิดรอบใหม่ ว่า การระบาดรอบนี้น่าจะเป็นการระบาดรอบใหญ่เหมือนช่วงเดือนมีนาคม ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ BA.1, BA.2 ตัวเลขผู้ติดเชื้อขณะนี้กำลังเพิ่มเป็นทวีคูณ และจากนี้ไปไม่นาน จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ป่วยใส่ท่อหายใจ รวมทั้งผู้เสียชีวิต มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น

นพ.มนูญ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ เชื้อไวรัสโควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่ระบาดขณะนี้ กำลังเปลี่ยนเป็น BA.5 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้เร็วที่สุด ติดต่อกันง่ายที่สุด และหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าทุกสายพันธุ์เดิม ไม่ว่าจากการได้รับวัคซีนหรือการติดเชื้อตามธรรมชาติ ทำให้คนที่ได้รับวัคซีนไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ติดเชื้อรอบนี้ และคนที่เคยติดเชื้อมาแล้วติดซ้ำอีก จำนวนคน 2 กลุ่มนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับคนเริ่มผ่อนคลาย เหนื่อยล้ากับการป้องกันตัวเอง มีกิจกรรมพบปะกันมากขึ้น มีการเดินทางมากขึ้น มีวันหยุดยาว ทำให้เชื้อแพร่ระบาดไปทั่วประเทศได้เร็วขึ้น

นพ.มนูญ ยังระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดของกระทรวงสาธารณสุขต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เพราะรายงานเฉพาะผลตรวจ RT-PCR ขอให้ดูตัวเลขของผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ป่วยใส่ท่อหายใจ และผู้เสียชีวิตเป็นหลัก แนวโน้มกำลังเพิ่มขึ้นแน่นอน จึงขอให้ทุกคนมีสติ อย่ากลัวจนเกินไป ป้องกันตัวเองเต็มที่ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และรีบไปรับวัคซีน หากติดเชื้อ ต้องยอมรับความจริง เพราะทำอย่างไรก็หนีไวรัสโควิดไม่พ้น แต่โชคดีที่คนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครบโดสและเข็มกระตุ้น และหลายคนเคยติดเชื้อไวรัสโควิดมาก่อน เมื่อติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.5 อาการมักจะไม่รุนแรง

ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า การระบาดรอบใหม่นี้นับเป็นระลอกที่ 6 เป็นการระบาดด้วยสายพันธุ์ โอมิครอน BA.5 ตามรูป จะมีจุดสูงสุดปลายเดือนนี้และตลอดเดือนหน้า สิงหาคม เดือนหน้านักเรียนมหาวิทยาลัยก็จะเปิดเทอมหมด และจะเริ่มลดลงในช่วงนักเรียนสอบและปิดเทอม

ส่วนจำนวนผู้ป่วย ศ.นพ.ยง ระบุว่า ถ้าคิดเป็นสัดส่วน จะพบว่ามีผู้ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10 % หรือน้อยกว่า และมีอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ไม่เกิน 1% ของผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือน่าจะเป็น 0.1% หรือน้อยกว่าของผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งตัวเลขนี้กำลังลดลงไปใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากตามฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ เราจึงเห็นสัดส่วนของการนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ดังนั้นถึง แม้จะมีผู้ป่วยเป็นหลักหมื่นหรือหลายหมื่น ศ.นพ.ยง ระบุว่า จะมีผู้เข้ารับการรักษาและแจ้งยอดให้กระทรวงสาธารณสุข จะอยู่ที่ 2,000 คน และมีการเสียชีวิต 20 คน ดังนั้น อัตราการเสียชีวิตในจำนวนนี้ จะอยู่ที่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสิ้นหลายหมื่นคน ซึ่งสูงกว่าระลอกที่ 5 แน่นอน เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย

Related Posts

Send this to a friend