COVID-19

เปิดแนวทางจัดสรรวัคซีน Pfizer ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข

หลังจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีน mRNA ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในกลุ่มบุคบลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีมติเรื่อง “คำแนะนำการให้วัคซีนโควิด 19 ของ Pfizer ในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข” เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแนวทางการให้วัคซีน Pfizer จำนวน 700,000 โดส ดังนี้

กลุ่มเป้าหมายซึ่งได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทุกคนที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากการปฏิบัติงานทั่วประเทศ รวมทั้งนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากการปฏิบัติงาน เช่น แผนกผู้ป่วยนอก แผนกผู้ป่วยใน คลินิกทางเดินหายใจ ห้องฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานที่กักกัน หรือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 อื่นๆ ตามการพิจารณาของสถานพยาบาล/หน่วยงานต้นสังกัด

โดยมีหลักการให้วัคซีน ดังนี้
1.บุคลากรที่ได้รับวัคซีน Sinovac หรือ Sinopharm ครบ 2 เข็ม พิจารณาให้วัคซีน Pfizer กระตุ้น 1 เข็ม โดยเสนอจัดสรรให้ 600,000 โดส
2.บุคลากรที่ได้รับวัคซีนใดๆ มาแล้วเพียง 1 เข็ม พิจารณาให้วัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 2 โดยกำหนดระยะห่างระหว่างโดสตามชนิดของวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นหลัก โดยเสนอให้จัดสรรให้ 50,000 โดส
3.บุคลากรที่ไม่เคยได้วัคซีนใดๆ มาก่อน พิจารณาให้วัคซีน Pfizer 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ โดยจัดสรรให้ 47,700 โดส (23,850 คน คนละ 2 เข็ม)
4.บุคลากรที่เคยติดเชื้อโควิดและไม่เคยได้รับวัคซีนพิจารณาให้วัคซีน Pfizer 1 เข็ม โดยมีระยะห่างจากวันที่พบการติดเชื้ออย่างน้อย 1 เดือนจัดสรร2,300 โดส

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เคยได้รับวัคซีนดังต่อไปนี้
1) วัคซีน Sinovac เข็มแรกและวัคซีน AstraZeneca เข็มที่ 2 หรือ
2) วัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม หรือ
3) วัคซีน Sinovac 2 เข็ม และได้รับเข็มกระตุ้นด้วย AstraZeneca 1 เข็ม

คณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ขณะนี้ยังไม่แนะนำให้วัคซีน Pfizer เป็นเข็มกระตุ้น เพราะบุคลากรดังกล่าวยังมีภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับที่สูง
เพียงพอเนื่องจากเพิ่งฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม บุคลากรกลุ่มนี้ให้ขึ้นทะเบียนรายชื่อไว้ และจะมีการพิจารณาข้อมูลวิชาการ และดำเนินการให้วัคซีน Pfizer ตามข้อมูลวิชาการและจำนวนวัคซีนที่จะเข้ามาเพิ่มในระยะต่อไป

Related Posts

Send this to a friend