COVID-19

เตือนผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านที่มีดนตรี ต้องปฏิบัติตามมาตรการ อย่างเคร่งครัด

วันนี้ (1 มี.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำ ประชาชน ผู้ให้บริการ และผู้ประกอบการร้านอาหาร ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด ทั้งมาตรการ Covid Free Setting และ Universal Prevention รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานี้ หลังจากที่รัฐบาลได้มีการผ่อนคลายให้สามารถเล่นดนตรีในร้านอาหารได้

มีการรายงานว่า หลายแห่งได้คลายความเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการ ไม่ว่าจะเป็นภายในร้านจัดที่นั่งแออัด ไม่เว้นระยะห่าง ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี พนักงานไม่สวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้อีกจำนวนมาก โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปลอดโรค ปลอดภัย ทั้งกับผู้ที่ใช้บริการ และผู้ให้บริการ และเพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการติดเชื้อในประเทศระยะหลัง เกิดจากกิจกรรมรวมตัวโดยไม่ใส่หน้ากาก อยู่ในห้องปิดอับพูดคุยเสียงดัง อาจเป็นเพราะโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไม่มีความรุนแรงมากนัก จึงทำให้ประชาชนละเลยการปฏิบัติตามมาตรการ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนทุกคนอย่าหย่อนยานการปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกันตนเองให้ดีที่สุด ตามมาตรการ Covid Free Setting และ Universal Prevention เพื่อลดการแพร่ระบาดซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 20,420 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อในประเทศ 20,249 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 171 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 43 ราย ผู้ที่กำลังรักษาตัว 215,725 ราย และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 18,297 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 จำนวน 688,912 ราย จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน 505,152 ราย ขณะที่รายงานภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับได้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่ 28 ก.พ. – 27 ก.พ. 2565 รวม 123,559,588 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 53,533,195 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 สะสม 49,705,841 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 สะสม 18,677,613 โดส และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 สะสม 1,642,939 โดส

Related Posts

Send this to a friend