COVID-19

ศบค. เคาะมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 กิจการกิจกรรมในกลุ่มความเสี่ยงสูง หลังการพูดคุย รับฟังความคิดเห็นจากทุกกลุ่มอาชีพ

นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) สรุปผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่เกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 ในกลุ่มกิจการ กิจกรรมที่ยังไม่ได้รับการผ่อนผัน

โดยสรุปกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนผันในระยะนี้ ดังนี้

1. โรงเรียน สถาบันการศึกษาทุกประเภท เปิดได้ทุกระดับ

2. ห้าง ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ โดยผ่อนผันให้เปิดได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่มีการจำกัดเวลา

3. สถานบริการ สถานประกอบการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงเหล้า โรงเบียร์ ลานเบียร์มีมารตรการควบคุมสำคัญ อาทิ
– เปิดให้บริการให้ไม่เกิน 24.00 น. ทุกกรณี
– พท.มากกว่า 4 ตร.ม. ต่อคน ห้ามร่วมโต๊ะกับกลุ่มอื่น
– ระยะห่างโต๊ะมากกว่า 2 เมตร หากทำไม่ได้ ให้ใช้ฉากกั้นสูงกว่า 1.5 เมตร
– มีการระบายอากาศ และหมุนเวียนอากาศที่ดี มีพื้นที่สูบบุหรี่เฉพาะ
– ก่อนใช้ต้องลงทะเบียน ไทยชนะและให้ผู้ใช้บริการใช้ทุกรายให้คำแนะนำลูกค้าตามมาตรการก่อนใช้บริการทุกราย
หากมีการฝ่าฝืน สามารถลงโทษตามข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ทันที รวมถึงต้องมีความรับผิดขอบหากมีผู้ติดเชื้อ เพื่อควบคุมเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรค

4. ร้านเกม และอินเทอร์เน็ตมีมารตรการควบคุมสำคัญ อาทิ
– ควบคุมเวลาเข้าใช้บริการตามอายุ
– ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา
– จำกัดผู้เข้าใช้บริการ 4 ตรม. ต่อคน
– เว้นระยะนั่ง มากกว่า 1 เมตร
– จำกัดการใช้บริการ 2 ชม. ต่อรอบ และพักทำความสะอาด 15 นาที

5. สถานประกอบกิจการอาบอบนวด โรงน้ำชาดูตามใบอนุญาต และมี มท. สตช. ร่วมกับ สธ. ออกคู่มือ เกณฑ์ปฏิบัติ และประเมินความพร้อมโดยมีมารตรการควบคุม ดังนี้
– ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา ยกเว้นเวลาอาบน้ำ
– ทำความสะอาดบ่อย ก่อน และหลังการบริการ
– ลงทะเบียนไทยชนะก่อนใช้งาน
– ตรวจหาเชื้อโควิด กลุ่มพนักงานเป็นระยะเพื่อป้องกันแ ละเฝ้าระวังโรค (รวมโรคอื่นด้วย)
– พิจารณาติดกล้องวงจรปิดภายในร้าน
– ห้ามขายประเวณีโดยเด็ดขาด
หากมีการฝ่าฝืน สามารถลงโทษตามข้อกำหนดเพิ่มเติมได้ทันที รวมถึงต้องมีความรับผิดขอบหากมีผู้ติดเชื้อ เพื่อควบคุมเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรค

ทั้งนี้ประเด็นหลักที่ต้องดำเนินการได้แก่
– การลงทะเบียน ไทยชนะ
– เจ้าหน้าที่ต้องใช้แอพ ผู้พิทักษ์ไทยชนะ
– มีมาตรการคัดกรองพนักงาน และผู้ใช้บริการ
– พัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้ในระยะยาว
– รายงานตรวจประเมิน ติดตาม กำกับโดยผู้เกี่ยวข้อง

สำหรับการผ่อนคลายการเดินทางเข้าราชอาณาจักรของชาวต่างชาติ เสนอเพิ่ม 6 กลุ่มดังนี้
1. คู่สมรส และบุตรของผู้มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาต
จากทางราชการให้ทำงานในราชอาณาจักร
2. ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
3. คู่สมรสต่างชาติและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสัญชาติไทย
4. ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่มีความจำเป็นต้องเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตาม
5. นักเรียน นักศึกษาต่างชาติ และผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว
6. ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักร
ทั้งหมดที่เข้ามา ต้องอยู่ใน State Quarantine 14 วัน (ASQ) โดยออกค่าใช้จ่ายเอง

ประเทศตามตามข้อตกลงพิเศษ (Special Arrangement)
– กลุ่มนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค
– โควตาที่กำหนดต้องสอดคล้องกับจำนวน ASQ และการเจรจากับประเทศที่ทำความตกลงพิเศษ (ในขั้นต้นอาจกำหนดจำนวนรวม 200 คนต่อวัน)

ประเทศเป้าหมาย มีเกณฑ์การพิจารณาคือ
(1) มีความสำคัญทางเศรษฐกิจต่อไทย
(2) ควบคุมการระบาดได้ดีใกล้เคียงกับไทย
(3) มีระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ
(4) มีความพร้อมและความสนใจทำความตกลง

โดยหากเข้ามาตามปกติจะต้องเข้า ASQ โดยออกค่าใช้จ่ายเอง แต่ในกรณีที่เข้ามาในระยะสั้น จะร่นระยะเวลาในการกักตัว ต้องเป็นผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีข้อตกลงพิเศษ (Special Arrangement) ที่กล่าวข้างต้น และมีมาตรการที่เข้มงวดกว่า เช่นการตรวจเป็นลบ 2 ครั้ง ติดตั้ง application ติดตามตัว และมีคณะบุคคล (liason) ติดตาม

สำหรับหลักเกณฑ์ในการรองรับการเดินทางของแขกของรัฐบาล ได้แก่
1) เป็นคณะเล็กไม่เกิน 10 คน
2) เป็นการเดินทางระยะสั้น
3) มีการตรวจรับรองการปลอดเชื้อโควิด 19 ที่ประเทศต้นทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย (Double Negative)
4) ให้หน่วยราชการที่เป็นเจ้าภาพชิญแขกระดับสูง พิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ประจำคณะในลักษณะ Liaison Officer (LO) ติดตาม
5) มีเจ้าหน้าที่ สธ. และ จนท. จากหน่วยงานความมั่นคงติดตามประจำคณะด้วย
6) ต้องจำกัดการเดินทางเฉพาะกำหนดการที่ได้ตกลงไว้ล่วงหน้าเท่นั้น ห้ามคณะเดินทางไปในที่สาธารณะและห้ามใช้ขนส่งมวลชน

พร้อมกันนี้ยังมีมติเกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะสามารถปรับเข้าสู่รูปแบบปกติได้แล้ว โดยไม่ต้องเว้นที่นั่ง

Related Posts