BUSINESS

ทิศทางธุรกิจ Third Party ในวงการอสังหาริมทรัพย์

หลายปีมาแล้วที่ “ธุรกิจตัวกลาง” หรือ Third Party เกิดขึ้น และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากใครสามารถจับทิศทางได้ดีก็จะสามารถเติบโตไปแบบก้าวกระโดด ดังนั้นกลุ่มธุรกิจ Third Party จะเป็นตัวกลางที่เข้ามาอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า อีกทั้งยังช่วยอุด Pain Point ของธุรกิจนั้นๆ ไปพร้อมกัน อาทิ ในกลุ่มธุรกิจช็อปปิ้ง สินค้าเพื่อความงาม หรือ แม้กระทั่ง FMCG ธุรกิจตัวกลางที่เป็นที่รู้จักอย่างดี อย่าง Shopee, Lazada และธุรกิจที่มาแรงที่สุดในช่วงเวลานี้น่าจะเป็น กลุ่ม Delivery อาทิ Lineman, Grab, Lalamove เป็นต้น ธุรกิจดังกล่าวยังเข้ามาช่วยอุดช่องโหว่ในอดีตที่เคยมี และเป็นทางเลือกลูกค้ามากมาย อาทิ ลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้าได้ตลอดเวลา มีการเปรียบเทียบราคาได้

ยิ่งในภาวะการณ์เช่นนี้ Third Party ได้เข้ามาเติมเต็ม และเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราไปโดยสิ้นเชิง เพราะจากปกติที่เราก็เคยใช้บริการผ่าน Third Party กันอยู่แล้ว เมื่อเกิดการระบาดของ Covid-19 ยิ่งทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการกันเพิ่มมากขึ้น ด้วยปัจจัยหลายประการ อาทิ พฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไป คือ หลีกเลี่ยงการออกไปซื้อของนอกบ้านด้วยตัวเอง, การเดินทางด้วยรถสาธารณะที่ไม่สะดวกเหมือนเดิม หรืออาจจะเคยชินกับความสบายในการเรียกใช้บริการ Third Party  ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตไปแล้ว

สิ่งสำคัญที่ทำให้ Third Party เติบโต ต้องอาศัยปัจจัยหลักๆ 5 ข้อ ได้แก่ การตอบสนองได้อย่างทันท่วงที (Last Mile, Next Hour), มีสินค้าที่หลากหลายในที่เดียว (One destination for multi choices), เปรียบเทียบทั้งสินค้าและราคาได้ทันที (Comparable), มีความน่าเชื่อถือ (Reliability) และมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้คำตอบ (Technology) นอกจากนี้ ยังต่อยอดในเรื่องการทำโปรโมชั่นแบบ Private Premium โดยการใช้ AI มาเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค อาทิ คนที่อาศัยในพื้นที่ย่านบางนาอาจได้รับเลือกให้ได้รับโปรโมชั่นจากร้านค้าในย่านนั้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ ให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นต้น สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ ก็เกิด Third Party เพื่อเข้ามาเติมเต็ม Eco System นี้ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

ธุรกิจคนกลาง หรือ Third Party ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เรารู้จักกันดี คือ การเป็นตัวแทนขาย หรือ นายหน้า ทั้งนี้ เน็กซัส พร็อพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง ถือเป็นมิติใหม่ในช่วงเวลานี้ คือ การพลิกธุรกิจสู่ตัวกลางอย่างสมบูรณ์แบบ ครบทุกคุณลักษณะของตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็น การเลือกสินค้าที่ดีที่สุด มานำเสนอให้ลูกค้า, การนำเสนอราคาที่ดีที่สุด, การเปรียบเทียบสินค้าให้, มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีบริการออนไลน์ที่สามารติดต่อได้ตลอดเวลา

นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

ด้วยเหตุนี้ นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคร่ำหวอดในวงการดีเวลลอปเปอร์มาอย่างยาวนาน ได้เปิดตัวแคมเปญ “รวมพล” ซีรี่ย์ เพื่อเป็นตัวกลางด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยให้ความเห็นว่า “สิ่งสำคัญที่สุด คือ มุ่งความสำคัญไปที่การตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก ต้องมีสินค้าให้เลือกที่หลากหลาย มีการเปรียบเทียบราคาสินค้า โปรโมชั่น ทำเล เพื่อช่วยลูกค้าในการตัดสินใจ และเป็นการอำนวยความสะดวกในการได้เห็นหรือเข้าชมโครงการต่างๆ เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Virtual VDO ให้ลูกค้าได้เห็นห้องจริง ก่อนที่จะนัดเพื่อเดินทางไปดูด้วยตนเอง ดังนั้น การทำหน้าที่เป็นเติร์ดปาร์ตี้เพื่อเข้ามารองรับงานบริการ ตัวแปรด้านประสิทธิภาพในการดีลเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าและความรอบรู้ในงาน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ การให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องกับลูกค้าควรมีควบคู่กันไปด้วย เช่น เมื่อลูกค้ามีเงินเดือนเท่านี้จะสามารถซื้อคอนโดได้ในราคาเท่าไร การให้คำปรึกษาเรื่องการผ่อน การยื่นกู้ หรือแม้กระทั่งการบริหารพอร์ตในมือ หากลูกค้าต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่าในอนาคตนั่นเอง”

การหาโอกาสใหม่ให้ธุรกิจตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อวิกฤตคืออดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นโอกาส คือ อนาคตที่กำลังจะมาถึง และเมื่อสินค้ามาพร้อมกับความต้องการที่สามารถแก้ pain point ให้กับลูกค้าได้ ธุรกิจใหม่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้

Related Posts